“อืม ใช่เลย กลิ่นนี้แหละ!”
จงหยูชิมเนื้อตุ๋นที่เมิ่งฉีทำไปคำหนึ่ง แล้วชูนิ้วโป้งสองข้างอย่างตื่นเต้น
ที่จริงเมิ่งฉีไม่ได้ทำอาหารเองบ่อยนัก แต่ที่ทำออกมาอร่อยก็เพราะเป็นคนมีพรสวรรค์โดยแท้
ครั้งแรกที่พวกเขาได้กินอาหารฝีมือเมิ่งฉีคือตอนปีใหม่สมัยเรียนมัธยมปลายปีหนึ่ง ตอนที่ไปเล่นบ้านเธอ วันนั้นพ่อแม่ของเมิ่งฉีไม่อยู่บ้าน พอดีป้าแม่บ้านก็ได้หยุดด้วย
พวกเขาเลยนึกคึกอยากทำอาหารกินกันเองสักมื้อ จึงไปค้นหาสูตรในอินเทอร์เน็ตแล้วลองทำดู
วันนั้นแต่ละคนทำกันคนละอย่าง สุดท้ายถึงได้รู้ว่ามีแต่อาหารที่เมิ่งฉีทำเท่านั้นที่กินได้
หลังจากนั้นเมิ่งฉีก็เคยสงสัยเหมือนกันว่า ที่ตัวเองชอบทำอาหารขึ้นมาได้ก็เพราะโดนพวกเขาประโคมคำชมใส่หรือเปล่า
“อร่อย!” โจวจ้านเองก็กินอย่างเอร็ดอร่อย “ฝีมือทำอาหารของเธอเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ”
อวี้เย่ถามว่า “พวกนายไม่ลองชิมปูผัดเผ็ดของฉันหน่อยเหรอ?”
“ชิมสิ ชิม”
ทั้งสามคนคีบกันคนละชิ้น
อวี้เย่มองตามอย่างใจจดใจจ่อ “เป็นไงบ้าง?”
เมิ่งฉีกัดชิมคำเล็ก ๆ แล้วทำหน้าเหลือเชื่อ ไม่คิดเลยว่าจะอร่อยใช้ได้เหมือนกัน
“ฉันบอกแล้วไงว่าไปเรียนมาโดยเฉพาะ”
อวี้เย่คลายคิ้วทันที แล้วค่อยวางใจคีบขึ้นมากินเองชิ้นหนึ่ง
กินเสร็จแล้วยังประเมินฝีมือตัวเองอีกว่า “ก็ใช้ได้นะ แต่ไม่ดีเท่าคราวก่อน หลัก ๆ คือหม้อบ้านเธอไม่ดี วันหลังฉันจะส่งหม้อที่ใช้ดี ๆ มาให้”
เมิ่งฉีอดกลั้นไม่บ่นท่าทางอวดดีของเขาไว้
“ได้เลย ถ้าเปลี่ยนเครื่องครัวทั้งชุดให้ฉันด้วยจะยิ่งดี”
