ยามนี้จวนองค์รัชทายาทครึกครื้นราวตลาดนัด
บ่าวไพร่จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส
“ข่าวดี ข่าวดี! พระชายาองค์รัชทายาทลักลอบคบชู้กับชายชู้ที่บ้านเดิม ถูกฝ่าบาทผู้ทรงพระปรีชาและเกรียงไกร องค์หญิงน้อยผู้กล้าหาญไม่ธรรมดา รวมถึงอ๋องสงครามกับองค์ชายห้าผู้เกรียงไกรน่าเกรงขามจับได้คาหนังคาเขาแล้ว!”
“จริงหรือ? เรื่องชู้สาวของพระชายาองค์รัชทายาทในที่สุดก็ถูกเปิดโปงแล้วหรือ?”
“จริงสิ ข้างนอกเล่าลือกันไปทั่วแล้ว”
“คนตระกูลหนานกงก็ถูกทหารองครักษ์ยึดจวน จับไปขังคุกหลวงกันหมดแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ ข่าวใหญ่น่ายินดีเช่นนี้ พระชายาองค์รัชทายาทจบสิ้นแล้ว ตระกูลหนานกงก็ล่มจม พวกเราจะได้พ้นจากวันคืนอันแสนขมขื่นเสียที”
“นั่นสิ น่าสงสารก็แต่องค์รัชทายาท จนถึงยามนี้ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว”
“หึ ๆ ข้าไม่กล้าวิจารณ์ให้มากความ”
“เฮ้อ โทษที่องค์รัชทายาททรงเชื่อพระชายาองค์รัชทายาทมากเกินไป ถูกนางหลอกจนหัวปั่น ยังนึกว่าตนได้ภรรยาดี ที่แท้กลับเป็นหญิงใจอำมหิต ทำชั่วมานับไม่ถ้วน ไร้คุณธรรมสตรี เป็นหญิงแพศยาชั่วร้าย”
“ได้ยินว่านางกับเฉินไป๋อี้ลอบคบชู้กันมานานแปดเก้าปีแล้ว”
“สวรรค์! คิดเช่นนี้แล้ว ก่อนนางจะแต่งเข้าจวนองค์รัชทายาท ทั้งสองก็คงลักลอบมีสัมพันธ์กันแล้ว”
“ถุย! ชายชั่วหญิงแพศยาคู่นี้ ไม่มีใครเป็นคนดี ขอบคุณองค์หญิงน้อย ขอบคุณฝ่าบาท ที่ทำให้เรื่องชู้สาวของพวกเขาแพร่สะพัดไปทั่วหล้า”
“……”
องค์รัชทายาทยืนนิ่งอยู่ใต้ระเบียง ทั้งร่างแข็งค้างราวไก่ตื่นตกใจ
พระองค์ไม่อยากเชื่อหูตนเอง
อะไรนะ?
พระชายาองค์รัชทายาทถูกจับได้ว่าลักลอบคบชู้ที่บ้านเดิม!
อะไรนะ?
ตระกูลหนานกงถูกยึดจวนและส่งเข้าคุกหลวง!
