“เสด็จพ่อ ท่านทำข้าตกใจแล้ว”
นี่เป็นครั้งแรกที่ลั่วฮ่าวเจี๋ยเห็นแววตาเช่นนี้ขององค์รัชทายาท ราวกับคนบ้าคลั่งจนเสียสติ ทำให้เขาตกใจจนร้องไห้ออกมา
“ฮือ ๆ ๆ เสด็จพ่อ ข้ากลัวเหลือเกิน”
แววตาขององค์รัชทายาทค่อย ๆ มืดหม่นลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใด จู่ ๆ เขาก็ตบหน้าลั่วฮ่าวเจี๋ยฉาดหนึ่ง
“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือดังสนั่นกังวาน ชวนให้ทุกคนคาดไม่ถึง
ลั่วฮ่าวเจี๋ยชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะนั่งลงกับพื้น กุมใบหน้าแล้วร้องไห้โฮ
“อ๊า ฮือ ๆ เสด็จแม่ เสด็จแม่ ข้าต้องการเสด็จแม่! เสด็จพ่อกล้าลงมือตบข้า ฮือ ๆ เสด็จแม่ รีบมาช่วยแก้แค้นให้ข้าเร็วเข้า ข้าอยากให้เสด็จพ่อตาย!”
“อยากให้ข้าตายหรือ?”
องค์รัชทายาทพึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะทรุดนั่งลงกับพื้น
บุตรชายที่เขาทะนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจ เพียงเพราะถูกเขาตบหน้าไปฉาดเดียว กลับคิดจะเอาชีวิตเขา!
“น้องชาย เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ลั่วฮ่าวหงเพิ่งได้สติ จากนั้นก็จ้ององค์รัชทายาทเขม็ง “เสด็จพ่อ เหตุใดท่านจึงตีน้องชาย? สิ่งที่เขาพูดผิดตรงไหนหรือ?”
องค์รัชทายาทกล่าวว่า “เช่นนั้น เจ้าก็อยากให้ข้าตายด้วยหรือ?”
ลั่วฮ่าวหงหลบสายตา ไม่กล้าตอบ
องค์รัชทายาทหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะสะบัดมือใหญ่ตบหน้าลั่วฮ่าวหงอย่างแรง
“เพียะ!”
“อ๊า!”
“เสด็จพ่อ ท่านเสียสติไปแล้วหรือ?” ลั่วฮ่าวหงทั้งตกใจ ทั้งโกรธ ทั้งเดือดดาล สติที่เหลืออยู่น้อยนิดพลันมลายหายไปสิ้น
สีหน้าเขาเหี้ยมเกรียม กำหมัดแน่นแล้วพุ่งเข้าใส่องค์รัชทายาท ทั้งชกทั้งเตะ “เสด็จพ่อ เสด็จแม่พูดถูก ตราบใดที่ท่านยังอยู่ สักวันข้ากับน้องชายก็ต้องถูกท่านทุบตี”
“มีเพียงท่านตายไป พวกเราสามแม่ลูกจึงไม่ต้องเสแสร้งต่อหน้าท่านอีก ไม่ต้องแสร้งเป็นสะใภ้ผู้อ่อนโยนเอาใจใส่ และบุตรชายผู้กตัญญูรู้ความอีกต่อไป”
