เฉ็ดเฉ็ดหาวออกมาครั้งหนึ่ง
เรื่องที่ควรรู้ นางก็รู้เกือบหมดแล้ว
ความง่วงถาโถมเข้ามา นางหาวอีกครั้ง ดวงตาชุ่มน้ำกวาดมองเหล่าดวงวิญญาณผู้ถูกปรักปรำ
“พวกเจ้าสิ้นชีวิตแล้ว ไม่อาจรั้งอยู่ในโลกมนุษย์ได้นาน เห็นแก่ที่พวกเจ้าไม่เคยพรากชีวิตผู้ใด ข้าจะให้ศิษย์พี่ทำพิธีส่งวิญญาณ พาพวกเจ้าไปเกิดใหม่ที่ปรโลก”
“เอาละ วางใจไปเถิด”
“ข้าจะทำให้แม่ลูกสามคนนั้นได้รับผลกรรม ไม่ปล่อยให้พวกเจ้าตายอย่างไม่เป็นธรรมเปล่า ๆ”
เหล่าดวงวิญญาณผู้ถูกปรักปรำ “……”
ไป๋เหิงมองเหล่าดวงวิญญาณที่ต่างมองหน้ากัน อยากเอ่ยบางอย่างแต่ก็ไม่กล้า ท้ายที่สุดก็อดใจอ่อนไม่ได้
ศิษย์น้องยังเยาว์วัย เพิ่งเข้าสู่โลกภายนอก ทำสิ่งใดก็อาศัยความชอบส่วนตน ไม่เข้าใจธรรมเนียมในสังคมและเรื่องราวอีกหลายอย่างก็เป็นเรื่องปกติ
ในฐานะศิษย์พี่ เขาย่อมต้องจัดการเรื่องที่เหลือให้เรียบร้อย
“ศิษย์น้อง ความปรารถนาของพวกเขายังไม่สมหวัง ยามนี้ยังไม่เหมาะจะไปเกิดใหม่”
“หา?”
เฉ็ดเฉ็ดทำหน้างุนงง ส่งสัญญาณให้ศิษย์พี่พูดต่อ
ไป๋เหิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ชี้แนะอย่างอดทน
“ให้หลินเฟิงจัดคนบันทึกเรื่องความอยุติธรรมของพวกเขาไว้ก่อน จากนั้นค่อยหาศพของพวกเขา แล้วแจ้งญาติให้มารับกลับไปฝัง”
“หากไม่มีญาติ ก็ฝังรวมกันในสุสานหลวง ที่ว่าการจะจัดคนไปเซ่นไหว้และเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ทุกปี การจัดการเช่นนี้ก็นับเป็นทางเลือกที่ดี”
“เมื่อฝังร่างลงดินเรียบร้อยแล้ว”
“ข้าจะให้พวกเขากลับบ้านไปพบญาติเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นค่อยทำพิธีส่งวิญญาณ พาพวกเขาไปเกิดใหม่ที่ปรโลกด้วยตนเอง”
“ส่วนทางที่ว่าการ รอให้ถึงเวลาเหมาะสม เมื่อจับกุมพระชายาฉู่เซียงอ๋องกับลูกทั้งสองมาลงโทษได้ ก็จะเป็นวันที่พวกเขาได้รับความเป็นธรรม”
