โม่ชงหันไปมองเจินหนีเหมย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน
“ท่านแม่ น้องหญิงพูดถูกแล้ว ในเมื่อท่านใส่ใจเจินเจี้ยนถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเห็นเขาสำคัญกว่าลูกแท้ ๆ เช่นนั้นก็แต่งให้เขาเสียเถิด”
เจินหนีเหมยเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยปาก โม่ชงก็กล่าวต่อว่า “วางใจเถิด ข้ากับน้องหญิงล้วนสนับสนุนท่าน ส่วนท่านพ่อ...”
โม่ตงเก๋อรับคำต่อ “ข้าก็เห็นด้วย ข้าจะเขียนหนังสือหย่าคืนอิสรภาพให้เจ้าเดี๋ยวนี้ การทำเช่นนี้ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ผู้คนครหาลับหลัง เจินหนีเหมย ยินดีด้วย เจ้ากลับมาเป็นอิสระแล้ว”
“พวกเจ้าสองพ่อลูกเสียสติไปแล้วหรือ?”
เจินหนีเหมยหน้าแดงก่ำ รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างเหลวไหลสิ้นดี
“ข้าเป็นอาของเจี้ยนเอ๋อร์ เป็นอาแท้ ๆ ของเขา พวกเจ้าจะให้ข้าแต่งกับหลานชายแท้ ๆ ของตนเองได้อย่างไร นี่มันผิดประเพณี!”
เหลวไหล เหลวไหลสิ้นดี
ดวงตาเฉ็ดเฉ็ดเป็นประกายขึ้นมา เล่นกันแบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ?
นางชูมือน้อยขึ้นทันทีแล้วร้องเสียงดัง “อะไรนะ พี่สาวเพิ่งตรวจดวงชะตาให้เจ้าไป เจ้าไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ ๆ กับพี่ชายทางบ้านเดิมหรอก เจ้าเป็นเพียงสาวใช้ที่พ่อแม่ของเขาเก็บมาเลี้ยงไว้ใช้งานเท่านั้น!”
“ซี้ด...”
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์พากันฮือฮา
โอ้โห คราวนี้สนุกแล้ว
เมื่อไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกัน เรื่องนี้ก็สมเหตุสมผลขึ้นมาพอดี
ดวงตาโม่ชงเป็นประกายเจิดจ้า “องค์หญิงน้อย สิ่งที่ท่านพูดเป็นความจริงหรือ?”
เฉ็ดเฉ็ดตอบ “จริงยิ่งกว่าทองคำเสียอีก”
ดวงตาโม่ชงยิ่งเป็นประกายกว่าเดิม เดิมทีเขาเพียงอยากข่มขู่มารดาสักหน่อย แต่ไม่กล้าฝืนธรรมเนียมทั่วหล้า บังคับให้นางแต่งกับหลานชายแท้ ๆ ของตนเองหรอก
