ฉีเฟยหยางผู้ได้ฟังเรื่องน่าตื่นตะลึงเข้าเต็มเปา
มองเฉ็ดเฉ็ดด้วยสายตาเปี่ยมความเลื่อมใสและยำเกรง
ส่วนยามมองอ๋องสงครามกลับเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
ก่อนหน้านี้เขายังอิจฉาสหายรักที่มีองค์หญิงฉางเล่อเป็นบุตรสาว คิดว่าเป็นวาสนาใหญ่หลวงของอีกฝ่าย
บัดนี้ดูท่าแล้ว วาสนาเช่นนี้คนทั่วไปคงรับไว้ไม่ไหว
เฉ็ดเฉ็ดกะพริบตาปริบ ๆ มองสำรวจฉีเฟยหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนเดินเข้าไปตบเข่าของอีกฝ่ายเบา ๆ “นี่ เจ้าเป็นใครหรือ? หน้าตาก็พอใช้ได้”
พระชายาไม่อยู่ในจวน ต่อให้เฉ็ดเฉ็ดเดือดดาลเพียงใดก็ทำได้แค่ระงับโทสะไว้ชั่วคราว ทว่าภายในใจนางจดบัญชีแค้นไว้เรียบร้อยแล้ว
รอเพียงสตรีผู้นั้นกลับจวน นางจะจัดการอีกฝ่ายทันที
ยามนี้นางกลับอยากรู้จักฉีเฟยหยางขึ้นมา
“ทูลพระองค์น้อย ข้าน้อยชื่อฉีเฟยหยาง เป็นหมอประจำตัวของท่านอ๋อง”
ฉีเฟยหยางคลี่ยิ้ม มีกิริยานอบน้อมยิ่ง
เขาได้ประจักษ์ฝีมือของเฉ็ดเฉ็ดแล้ว ไหนเลยจะกล้าปฏิบัติต่อเด็กน้อยผู้นี้เหมือนบุตรหลานตระกูลผู้สูงศักดิ์ธรรมดา
“ฉีเฟยหยาง? ใจล่องลอยจนหนาวเหน็บถึงทรวง ชื่อนี้ใช้ได้ คล้ายกับนิสัยของเจ้าอยู่เหมือนกัน”
เฉ็ดเฉ็ดชี้ไปยังเก้าอี้ “นั่งเถิด นับว่าเรามีวาสนาได้พบกันครั้งแรก องค์หญิงผู้นี้จะเลี้ยงอาหารเจ้าสักมื้อ”
“ขอบพระทัยองค์หญิงน้อย”
ฉีเฟยหยางเหลือบมองอ๋องสงครามก่อน จึงนั่งลงบนเก้าอี้ทางขวามือของอีกฝ่าย ทว่าก้นแตะเก้าอี้เพียงนิดเดียว
แผ่นหลังเหยียดตรง นั่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เฉ็ดเฉ็ดพอใจกับท่าทีของเขา จากนั้นจึงเรียกไป๋เหิงกับซ่งซินเยว่ให้นั่งลงกินอาหาร
