หลังปล่อยให้โจวอวี่เหิงมีเวลาคิดคนเดียว ฉีหยวนก็ถามเรื่องพิธีจบการศึกษาอีกหนึ่งเรื่อง
“อวี่เหิง พิธีครั้งนี้ฉันได้รับข้อมูลมาแบบคร่าว ๆ เท่านั้น เธอรู้รายละเอียดไหม?”
โจวอวี่เหิงฟื้นสติ แหงนหน้าขึ้นตอบ “นี่คือปีการศึกษาแรกของสถาบันผสาน ผู้อาวุโสจางจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ตั้งใจจัดให้ยิ่งใหญ่อลังการ”
“ผู้อาวุโสจางเหรอ? ครั้งนี้เป็นผู้อาวุโสจางรับผิดชอบงานหรือ?”
ฉีหยวนแปลกใจและดีใจเป็นอย่างยิ่ง
นับตั้งแต่เรื่องในครั้งก่อน ผู้อาวุโสจางก็ไม่แทรกแซงเรื่องของที่พักพิงซานเหอและเขตที่ 8 อีกเลย และห่างหายจากวงอำนาจแกนกลางอย่างสิ้นเชิง
เรื่องนี้ทำให้ฉีหยวนรู้สึกผิดไม่น้อย แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ไม่รู้จะเข้าหากันอย่างไร
“ใช่แล้ว ผู้อาวุโสจางได้รับตำแหน่งอธิการกิตติมศักดิ์คนแรกของสถาบันผสาน แต่มีผู้คัดค้านพอสมควร ยังไม่ได้รับเลือกอย่างเป็นทางการ”
ฉีหยวนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วถาม “ด้วยชื่อเสียงของผู้อาวุโสจาง จะเป็นอธิการก็ไม่น่ามีปัญหานี่? ทำไมยังมีคนคัดค้าน?”
สำหรับคำถามข้อนี้ โจวอวี่เหิงกลับเผยเรื่องที่ทำให้ฉีหยวนตกตะลึง
“เป็นเพราะที่รวมพลขนาดใหญ่!”
“เรื่องนี้เกี่ยวกับที่รวมพลขนาดใหญ่ยังไง?”
“ที่รวมพลขนาดใหญ่ก็เปิดสถาบันการศึกษาของตัวเองขึ้นมา ตั้งเป้าเทียบชัดกับสถาบันผสานของเราโดยตรง และเป็นคู่แข่งกับเราในหลายด้าน”
ฉีหยวนเพิ่งได้ยินข่าวนี้เป็นครั้งแรก จึงเกิดความอยากรู้ทันที “ถึงขั้นตำแหน่งอธิการก็ยังต้องแข่งกันเชียว?”
