บทที่ 4
"ให้ตายเถอะ ไฮลริม ไอ้บ้าเอ๊ย เมื่อคืนแรงหมดไปกับท้องผู้หญิงรึไง ส่งบอลเร็ว ๆ หน่อย!"
"บัดซบ!"
"เดี๋ยวแกไปวิ่ง 10 รอบ ไอ้เวรนี่!"
"โจอี้!!!"
"ตำแหน่งของแกอยู่ไหน???"
"ฉันบอกให้แกฉีกออกข้างตอนรับบอล แกไปอยู่กลางสนามทำบ้าอะไร?"
"แล้วก็ฮิวจ์ส ไอ้เหี้ยนั่น..."
.......
สนามฝึกซ้อมของทีม U18 ชาลเคอ 04
ชายหนุ่มร่างล่ำไว้หนวดเครารุงรังตะโกนลั่นอย่างบ้าคลั่ง
แม้ปากจะพ่นคำหยาบไม่ขาดปาก แต่บรรดาลูกทีมที่โดนด่ากลับสงบเสงี่ยมเหมือนนกคุ่ม
เถียง?
ไม่มีทาง!
เจอกับจอมโหดแห่งชาลเคออย่างไจลส์ แดเนียลแล้ว ใครกล้าเถียง?
นอกจากเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
ในฐานะเฮดโค้ชของทีมเยาวชน U18
ไจลส์ แดเนียลคุมทีมนี้มาห้าปีแล้ว ไม่มีใครกล้าปฏิเสธเขาซักคำ!
ทว่าขณะที่ไจลส์ แดเนียลกำลังสบถด่าด้วยความโมโหกับผลงานของลูกศิษย์ในสนาม
ผู้ช่วยโค้ชกลับเข้ามากระซิบ
"หัวหน้า ลุงเจสมาแล้ว!"
ฟังคำผู้ช่วยโค้ช ไจลส์ แดเนียลก็ขมวดคิ้ว
ลุงเจสไม่ใช่คนธรรมดา
ตาแก่นี่คือแมวมองชื่อดังของดอร์ทมุนด์
รับใช้ดอร์ทมุนด์มาเกือบ 20 ปีแล้ว
นักเตะอัจฉริยะที่เกิดจากน้ำมือเขาไม่ต่ำกว่าสิบคน
ดังนั้นทุกระดับชั้นจึงให้เกียรติลุงเจสอย่างมาก
"เขามาทำไมน่ะ? ฉันกำลังฝึกซ้อมอยู่!"
"หัวหน้า เขาพาเด็กเอเชียผมดำมาด้วย คงไปเสาะหาอัจฉริยะมาจากที่ไหนสักแห่ง!"
"เอเชียหรือ??"
ไจลส์ แดเนียลเองก็แปลกใจเล็กน้อย
ก็รู้กันอยู่ว่าลุงเจสเป็นแมวมองรุ่นเก๋า ปกติแล้วเขาไม่พาคนมาถึงสนามซ้อมแบบนี้หรอก
เดิมทีไจลส์ แดเนียลตั้งใจจะค่อยไปพบเขาทีหลัง
แต่หลังจากคิดอีกที ไจลส์ แดเนียลก็สั่งให้ผู้ช่วยโค้ชพาลุงเจสเข้ามาในสนามซ้อม
ทันทีที่เห็น ไจลส์ แดเนียลก็จับจ้องไปที่ซูไป๋!
ราวกับเครื่องสแกน
ไจลส์ แดเนียลมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
สูงประมาณ 180 เซนติเมตร หุ่นค่อนข้างบอบบาง พลังการปะทะอ่อน!
นี่คือความประทับใจแรกที่ไจลส์ แดเนียลมีต่อซูไป๋
แต่อย่างไรเสีย ไจลส์ แดเนียลก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะพวกแข้งจากแคว้นฟุโซหรือโครยาในบุนเดสลีกาก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่
"เฮ้! แดเนียล ขนาดฉันอยู่หน้าประตูยังได้ยินนายด่าคนเลย!"
ลุงเจสไม่ไว้หน้าแดเนียลเลยซักนิด
แม้จะโดนว่าแบบนั้น แต่แดเนียลก็ยื่นมือออกไปจับมือกับลุงเจส
เขาให้ความเคารพชายผู้ทุ่มเทให้สโมสรมา 20 ปี
"ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่ครับ เอาผู้เล่นอัจฉริยะมาให้ผมอีกแล้วรึ?"
แดเนียลถามพร้อมรอยยิ้ม
"ใช่แล้ว ลองเด็กคนนี้ดูสิ!"
"เพิ่งโดนดอร์ทมุนด์เขี่ยทิ้ง แต่ท่าทางเราจะได้ของดีราคาถูก!"
พูดจบลุงเจสก็ผลักซูไป๋ไปอยู่ต่อหน้าแดเนียล
"สวัสดีครับ ผมชื่อซูไป๋ มาจากแคว้นเยี่ยน!"
แคว้นเยี่ยน?
พอซูไป๋เอ่ยถึงสัญชาติของตัวเอง แดเนียลก็แปลกใจเล็กน้อย
เขารู้จักคนแคว้นเยี่ยนน่ะ ว่าแต่ตอนนี้ในทีมชุดใหญ่ก็มีคนแคว้นเยี่ยนคนนึงไม่ใช่รึ ชื่ออะไรสักอย่าง เฮาจวิ่นหมิ่น นั่นล่ะ แต่นักเตะคนนั้นในทีมชุดใหญ่ก็ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไม่ได้ลงเล่นกี่นัด
ได้ยินว่านั่นแหละคือนักเตะที่เก่งที่สุดในแคว้นเยี่ยนแล้ว
"เด็กนี่จ่ายบอลใช้ได้ ให้เขาลองลงสนามเลยไหม?"
ลุงเจสเปิดเผยจุดเด่นของซูไป๋อย่างตรงไปตรงมา
แต่พอได้ยินลุงเจสแนะนำตัวเองแบบนั้น ซูไป๋ก็รู้สึกกลัดกลุ้มไม่น้อย
จ่ายบอล?
บ้าจริง เขาอยากอัพค่าสถานะการยิงประตูชัด ๆ ในเมื่อเป็นกองหน้าแต่ดันอัพค่าการจ่ายบอล นี่มัน...
"จ่ายบอลงั้นรึ?"
แดเนียลเองก็เกิดความสนใจ
กองหน้าเขาไม่ขาด ปีกเร็วเขาก็ไม่ขาด แต่ตัวจ่ายบอลดี ๆ เนี่ยสิ พูดตามตรง ตอนนี้เขากำลังมองหาอยู่เลย
ที่กำลังด่าแช่งเมื่อกี้ก็คือกองกลางหน้าต่ำตัวหลักของทีม ไฮลริม โอเช นั่นแหละ
ไอ้นั่นนอกจากตัวใหญ่แข็งแรงแล้ว การจ่ายบอลของมันชวนมองแล้วสลดใจ!
"คุณถนัดเล่นตำแหน่งไหน?"
แดเนียลจ้องซูไป๋
พลางเอ่ยถาม
"กองหน้าครับ คุณผู้ฝึกสอน!"
ได้ยินคำตอบนั้น ลุงเจสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต้องยกมือขึ้นกุมหน้าผาก
เสียดายที่เขาพูดหว่านล้อมจนน้ำลายแห้งไปตั้งนาน แต่ไอ้หนุ่มนี่กลับยังบอกว่าตัวเองเป็นกองหน้า
แดเนียลกลับหัวเราะ
"มึงเนี่ยนะ เป็นกองหน้าที่ถนัดจ่ายบอล?"
เห็นรอยยิ้มของแดเนียล ซูไป๋ก็นึกถึงรางวัลระบบที่น่าดึงดูดอีกครั้ง
จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำเสียง
"คุณผู้ฝึกสอนครับ จริง ๆ แล้วตำแหน่งที่ผมถนัดที่สุดคือกองกลาง ส่วนกองหน้ามันเป็นความฝันของผม!"
แดเนียลไม่รีรอ
สั่งหยุดการแข่งขันระหว่างสองทีมในสนาม
"ไปเลย นายลงสนามไป ไฮลริม โอเช แกไสหัวลงมาแล้วเอาเสื้อซ้อมของแกให้เจ้านี่!"
แดเนียลตะโกนบอกไฮลริมที่อยู่ในสนาม
พอได้ยินคำสั่งของเฮดโค้ช ไฮลริม โอเช ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบวิ่งลงจากสนาม ยื่นเสื้อซ้อมให้ซูไป๋ พลางส่งสายตาขอบคุณมาให้
ซูไป๋อดแปลกใจไม่ได้
ตัวเองมาแย่งตำแหน่งของไอ้นี่ แต่ทำไมมันดูซาบซึ้งใจกับเขาขนาดนี้
"เบ็น เคฮี อธิบายแผนการเล่นให้เจ้าหนุ่มนี่หน่อย!"
ทันใดนั้น ชายหนุ่มผมทองหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามา
"สวัสดี! ผมคือเบ็น เคฮี เราคงได้เป็นเพื่อนร่วมทีมชั่วคราวแล้วล่ะ!"
ซูไป๋จับมือที่เบ็น เคฮียื่นมา
"เราอยู่ทีม A! เห็นเจ้าดำตัวโตข้างหน้านั่นมั้ย? นั่นคือปีกขวาของเรา โจอี้ แฟรนชี่ เร็วดี บึกบึนดี!"
"แล้วก็คนหัวล้านนั่น กองหน้าของเรา วิทท์ เบเนดิกต์!"
"ผมเล่นกองกลางหน้าต่ำ เราใช้แผน 4-3-3!"
"เดี๋ยวผมจะจ่ายบอลให้นาย แล้วนายรับหน้าที่คุมเกมรุก!"
ดูท่าเบ็น เคฮีจะชินมือกับการทำแบบนี้!
พรั่งพรูลักษณะเด่นของเพื่อนร่วมทีมและแผนการเล่นให้ซูไป๋ฟังอย่างรวดเร็ว!
เห็นได้ชัดว่า เบ็น เคฮีเข้าใจความต้องการของเฮดโค้ชดี
ง่าย ๆ ก็คือการทดสอบฝีเท้าแบบเบสิกที่สุดนั่นแหละ
เดี๋ยวคอยดูดีกว่าว่าเจ้าหนุ่มนี่ฝีมือเป็นไง ถ้าโอเคก็จะมีคนติดต่อซูไป๋เอง ถ้าฝีมือไม่ไหว!
ก็แค่คนแปลกหน้าที่ผ่านไปในไม่ช้า
ลุงเจสที่อยู่ข้างสนามยืนกอดอก มองซูไป๋เงียบ ๆ
ส่วนแดเนียลนั้นสีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์
ซูไป๋ยืนอยู่ในสนามแล้ว
ทว่ามีบางอย่างที่ทำให้ซูไป๋ประหลาดใจ
ไม่รู้เป็นเพราะเขาเพิ่มค่าสถานะการจ่ายบอลจนเต็มหรือเปล่า
ต่างจากตอนยืนอยู่ในแดนหน้า
ตอนนี้รอบตัวเขา ราวกับมีเส้นสายอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง พร้อมกับตัวเลขต่าง ๆ...
นี่ระบบมันทำให้ทางผ่านบอลเป็นข้อมูลตัวเลขงั้นรึ?
ระบบนี่เจ๋งขนาดนี้เลย???
"ปี๊บ!"
เสียงนกหวีดของกรรมการชั่วคราวดังขึ้น
การแข่งขันฝึกซ้อมภายในทีม ซึ่งกำหนดอนาคตของซูไป๋ ได้เริ่มต้นขึ้น!
เบ็น เคฮีนั้นรุ่นเก๋า มองออกว่าเฮดโค้ชของเขาต้องการจัดการส่ง ๆ ให้เด็กแคว้นเยี่ยนที่ดูไม่เอาไหนนี่พ้นหูพ้นตาไปเร็ว ๆ
ดังนั้น พอเสียงนกหวีดดังขึ้น เบ็น เคฮีก็รับลูกคืนหลังจากส่งบอลไปให้กองหน้า วิทท์ เบเนดิกต์ แล้วจ่ายบอลตรงไปให้ซูไป๋ที่อยู่ตรงหน้า
ทว่าลูกบอลนั้นมาถึงแบบกะทันหันเกินไป!
คาดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กแคว้นเยี่ยนที่อยู่ตรงหน้านี่จะเก็บลูกไม่ได้ด้วยซ้ำ!
อืม!!!
ถึงจะไม่ถึงกับเก็บไม่ได้ แต่ท่าทางการรับบอลมันตะกุกตะกักชอบกล!
ไอ้นี่มันดันหยุดบอลกระเด้งไปข้างหน้าตัวเองตั้ง 2 เมตร!
ทักษะพื้นฐานบ้าอะไรกันเนี่ย!!!
ไม่ใช่แค่เบ็น เคฮีเท่านั้น แม้แต่เฮดโค้ชไจลส์ แดเนียลที่อยู่ข้างสนามยังมองแล้วพูดไม่ออก
พลางหันไปมองแมวมองลุงเจสที่อยู่ข้าง ๆ
ลุงเจสเองก็ทำหน้าเอ๋อไปชั่วขณะ!
แต่อย่างไรเสีย แกก็คลุกคลีอยู่ในชาลเคอ 04 มานานหลายปี
ลุงเจสหันหน้าไปอย่างเยือกเย็น
"เด็กนี่คงจะตื่นเต้น แล้วก็เมื่อเช้าก็เตะมาหนึ่งนัดแล้ว ตอนนี้ก็คงจะเหนื่อย!"
ไจลส์ แดเนียลยิ้มแหยแหย ไม่ตอบรับ!
อะไรนะ เหนื่อย?
นี่มันเล่นไม่เป็นชัด ๆ!
ฝีเท้าระดับนี้มันระดับสมัครเล่น จะมาเล่นฟุตบอลอาชีพอะไรได้!
ตอนนั้นเองซูไป๋ในสนามก็รู้สึกเก้อเขินไม่น้อย
แต่กระนั้น ด้วยความที่ซูไป๋หน้าหน้าใจใหญ่
ถึงแม้จังหวะหยุดบอลจะกระเด้งไปไกล แต่ซูไป๋ก็รีบเข้าแย่งชิง ควบคุมลูกฟุตบอลไว้ได้ก่อนที่กองหน้าทีม B จะเข้ามาถึง!
มองดูผู้เล่นทีม B ที่กำลังเข้ามาแย่ง ตอนนี้เส้นทางผ่านบอลตรงหน้าซูไป๋แทบจะเป็นสีแดงทั้งหมด!
ซูไป๋ไม่ลังเลที่จะลากบอลกลับตัว
แล้วจ่ายบอลคืนไปให้ลอยด์ อันเจโล กองกลางตัวรับที่อยู่ข้างหลัง
.........