ฮูหยินเวยถูกนางพูดสวนจนอึ้ง นิ้วชี้ไปที่เซวียหนี ริมฝีปากสั่นระริกอยู่ครู่ใหญ่
เซวียหนีนึกว่าตนเองชนะไปหนึ่งตา หารู้ไม่ว่าฮูหยินเวยผ่านร้อนผ่านหนาวในเรือนหลังมาหลายปี จะให้นางมาเล่นงานกันง่าย ๆ หรือ ทางสว่างสู้ไม่ได้ ก็เอาทางมืด
ในจวนนี้ มีวิธีมากมายที่จะทำให้คนตายไปอย่างเงียบ ๆ ดังนั้น โดยที่เซวียหนีไม่รู้ตัวเลย ในอาหารของนางก็ถูกเติมยาพิษออกฤทธิ์ช้าลงไป
เมื่อรู้ว่าราชสำนักเปิดสอบเอนเคอสำหรับสตรี เซวียหนีก็หัวเราะเยาะไม่ใยดี ในสายตาของนาง พวกคุณหนูในหับห้องที่เอาแต่แต่งกลอนเล่นคำกันวัน ๆ ก็แค่อ่านออกเขียนได้สองสามตัว จะมีความสามารถที่แท้จริงอะไรได้
แต่เมื่อผู้สอบผ่านและได้เป็นขุนนางเข้าประจำราชสำนัก ยืนสง่าอยู่ในท้องพระโรงอย่างมีหน้ามีตา เซวียหนีก็ถึงกับปิดปากสนิท นางไม่ยอมรับ แต่ว่าความจริงก็ประจักษ์อยู่ตรงหน้า จะไม่เชื่อก็ไม่ได้
หลังสอบชุนเหวยผ่านพ้น หมิงเต๋อตี้ก็จัดให้มีฤดูล่าสัตว์อีกครั้ง จวนเวยกั๋วกงย่อมติดตามไปในขบวนเสด็จด้วย ขณะเวยหรงจัดเก็บสัมภาระ เซวียหนีก็ฝืนสังขารที่ป่วยร่ำ ๆ จะขอตามไปด้วยให้ได้
แม้เซวียหนีจะถูกกักบริเวณอยู่ในจวนเวยกั๋วกง ออกไปไหนไม่ได้ แต่ข่าวคราวจากภายนอกกลับไม่เคยตกหล่นจากหูนาง นางรู้ว่าเผยหลวนอวี้ไปรบในสนามรบ รู้ว่าเขารบชนะศึก รู้ว่าเขากลับเมืองหลวงอย่างองอาจสง่างาม รู้ว่าตอนนี้ในราชสำนักเขากำลังมีอำนาจขึ้นทุกวัน
เซวียหนีปิดตาลงเอนกายบนเตียง ในใจก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร ได้แต่คิดว่าเผยหลวนอวี้คงได้ใจมากเลยสินะ
ตอนลงจากรถม้า เซวียหนีก็เห็นรถม้าของจวนจิ้งหย่วนโหวที่อยู่ไม่ไกล ม่านรถถูกเลิกขึ้น เผยหลวนอวี้ประคองเย่หว่านหลานลงจากรถอย่างทะนุถนอม