เมื่อบทเพลงจบลง เสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่วฟลอร์เต้นรำ
สุยหยางหยุดฝีเท้าตามฟูจินเฉียว พลางหอบหายใจเบา ๆ ตอนหมุนตัวเมื่อครู่ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอหยุดลง เธอถึงได้รู้สึกว่าไหล่ที่เปิดเปลือยอยู่เย็นเล็กน้อย
ฟูจินเฉียวปล่อยมือเธอ แต่ไม่ได้พาเธอเดินออกไปทันที
“รอฉันอยู่ตรงนี้นะ”
สุยหยางยังไม่ทันได้ถาม ฟูจินเฉียวก็เรียกบริกรเข้ามาแล้วกำชับเสียงเบาสองสามประโยค
เพียงไม่นาน บริกรก็นำผ้าคลุมไหล่ขนแคชเมียร์สีขาวเนื้อนุ่มผืนหนึ่งมาให้ ฟูจินเฉียวรับมา สะบัดออกก่อนคลุมลงบนไหล่ของสุยหยาง แล้วรวบชายผ้าที่เลื่อนหลุดให้เข้าที่
สัมผัสอบอุ่นโอบคลุมไหล่ สุยหยางก้มมองมันแวบหนึ่ง
“จริง ๆ ฉันไม่หนาวนะ”
“มือเย็นขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่หนาวอีกเหรอ?”
ฟูจินเฉียวกุมปลายนิ้วเธอไว้ครู่หนึ่ง
สุยหยางชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกเขาคว้าข้อมือไว้
“คนในห้องจัดเลี้ยงมองอยู่นะ”
“แล้วไงล่ะ?”
ฟูจินเฉียวมีสีหน้าสงบนิ่ง ฝ่ามือยังคงกุมมือเย็นเฉียบของเธอไว้ ราวกับไม่ใส่ใจสายตาที่แอบมองมาโดยรอบเลยสักนิด
“เมื่อกี้หยางหยางยังให้ฉันจับมืออยู่เลย”
“เมื่อกี้เรากำลังเต้นรำกันนี่”
“แล้วตอนนี้จับไม่ได้แล้วเหรอ?”
เขาถามอย่างมีเหตุมีผลเสียจนสุยหยางไม่รู้จะเถียงอย่างไรไปชั่วขณะ
เธอขยับนิ้วเบา ๆ พอเห็นฟูจินเฉียวไม่มีทีท่าจะปล่อย จึงได้แต่พูดเสียงค่อยว่า “อย่าจับแน่นขนาดนั้นสิ”
คราวนี้ฟูจินเฉียวจึงคลายแรงลง แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
ไม่ไกลนัก เสิ่นจิ่งเชียนกำลังจะเดินเข้ามา แต่เหวินหยวนกลับขวางเขาไว้เสียก่อน
“พี่จิ่งเชียน”
เสิ่นจิ่งเชียนขยับไปด้านข้างก้าวหนึ่ง “มีอะไร?”
“เมื่อกี้พี่รับปากแล้วว่าจะช่วยฉัน” เหวินหยวนเดินตามมาขวางเขาอีกครั้ง รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏบนใบหน้า “คงไม่ลืมเร็วขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?”
“ไม่ลืม”
สายตาของเสิ่นจิ่งเชียนทอดข้ามไหล่เธอไป
ฟูจินเฉียวกำลังก้มหน้าจัดผ้าคลุมไหล่ให้สุยหยาง ท่าทางเป็นธรรมชาติและสนิทสนม สุยหยางไม่รู้พูดอะไรกับเขา ริมฝีปากของฟูจินเฉียวจึงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะจูงมือเธอเดินไปยังอีกฟากของห้องจัดเลี้ยง
