โจวเฉาวางขวดเหล้าเปล่าลงกลางวง ถลกแขนเสื้อขึ้น ทำหน้าเหมือนจะก่อเรื่องใหญ่ “ฉันหมุนก่อนนะ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”
เขาดีดนิ้ว ขวดหมุนติ้วบนพื้นหญ้า แก้วสีเขียวสะท้อนแสงไฟเหนือหัว หมุนไปหลายรอบกว่าจะค่อย ๆ หยุด ปากขวดโยกเยกชี้ไปที่หนุ่มแว่นคนหนึ่ง
“มาเลย ๆ! ความจริงหรือกล้า” โจวเฉาถามอย่างตื่นเต้น
“ความจริง” หนุ่มแว่นดันแว่น
โจวเฉายิ้มเจ้าเล่ห์ถามว่า “จูบแรกยังอยู่ไหม”
หน้าหนุ่มแว่นแดงก่ำทันที อ้ำอึ้งอยู่นานกว่าจะหลุดออกมาได้คำหนึ่ง “...อยู่” เสียงหัวเราะดังลั่นรอบวง ฟางถังหัวเราะดังที่สุด ตบขาเหอเวยพลางร้อง “น่าสงสารสุด ๆ น่าสงสารสุด ๆ” หนุ่มแว่นหน้าแดงก่ำหมุนขวด ปากขวดหมุนไปหลายรอบ แล้วค่อย ๆ หยุด ชี้ไปที่เหอเวย
เหอเวยพูดอย่างไม่อายใคร “กล้า”
โจวเฉาล้วงกระดาษทิชชูออกจากกระเป๋ายื่นให้เธอ “ไปขอยืมไฟแช็กโต๊ะโน้น ต้องให้เขาวางใส่มือเธอเองนะ”
เหอเวยไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกเดินไป ไม่ถึงนาทีก็กลับมาพร้อมไฟแช็ก ยกขึ้นอวดอย่างภูมิใจ โจวเฉาชูนิ้วโป้งให้ รอบข้างก็พากันโห่ร้องอีกยก
ซังอู้หัวเราะไปด้วย เสียงหัวเราะใสกังวานลอยเข้าหูฉู่อวี้จือ เขาก้มมองคนข้างกาย รอยยิ้มบาง ๆ ของซังอู้แต้มอยู่บนใบหน้าสะสวยงดงาม หางตาระเรื่อด้วยสีชมพูจาง ๆ ริมฝีปากเม้มแต่ยังซ่อนรอยยิ้มน้อย ๆ ไม่มิด
น่ารักจริง ๆ
แววตาของฉู่อวี้จือทอดลึกลงบนใบหน้ายิ้มละไมของเด็กสาว แนวคิ้วซึ่งเดิมเย็นชากลับคลายลงอย่างไม่รู้ตัว มุมปากกดลงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ความห่างเหินเย็นชาจางหายไป ในดวงตาค่อย ๆ ปรากฏไออุ่นบางเบา
