เผยหลวนอวี้ก้มลงมองเย่หว่านหลานในอ้อมแขนที่มีใบหน้าซีดเซียวและลมหายใจรวยริน ความโกรธก็พลุ่งพล่านจากก้นบึ้งหัวใจสู่กระหม่อม
เขาเงยหน้าขึ้น สายตาที่มองเซวียหนีราวกับอาบด้วยน้ำแข็ง
“เซวียหนี ข้าให้เจ้าหลีกไป ไม่ได้ยินหรือ”
น้ำเสียงของเขาไม่ดัง แต่ทุกคำเหมือนเล็ดลอดจากซอกฟัน แฝงความเยือกเย็นสังหารที่ไม่เคยมีมาก่อน
เซวียหนีตกตะลึง
นางกับเผยหลวนอวี้ทะเลาะกันมาตั้งหลายปี จากถนนใหญ่ถึงตรอกซอกซอย จากในวังถึงนอกวัง นางเคยเห็นเขาหน้าตารำคาญ เคยเห็นเขาเสียดสีถากถาง เคยเห็นเขาเดือดดาล แต่ไม่เคยเห็นเขาใช้สายตาเช่นนี้มองนางมาก่อน
สายตานั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ ถึงขั้นแฝงแววสังหาร
มือของเซวียหนีที่ถือแส้ม้าสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นอารมณ์ที่อธิบายไม่ถูก บางอย่างที่ทำให้อกของนางอึดอัด
นางสูดลมหายใจลึกและเชิดคางขึ้น “เผยหลวนอวี้ เจ้าหมายความว่าอะไร ข้าพูดผิดตรงไหน หญิงในรถของเจ้าคือใคร ปกป้องนางถึงเพียงนี้ ไม่ใช่ว่าเลี้ยงไว้ข้างนอกจริง ๆ หรอกนะ…”
พูดยังไม่ทันจบ เผยหลวนอวี้ก็ยื่นมือไปคว้าแส้ม้าของนางแล้ว
เซวียหนีไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าเขาลงมืออย่างไร ปลายแส้ก็ถูกเขาจับไว้แน่นในอุ้งมือ เขากระชากอย่างแรง เซวียหนีถูกดึงจนโน้มจากหลังม้าไปด้านหน้า เกือบตกลงมา
“ข้าขอย้ำอีกครั้ง” เผยหลวนอวี้ปล่อยแส้ เซวียหนีเซถลาไปก่อนจะทรงตัวได้ “หลีกไป”
แล้วเขาก็ปล่อยม่านรถลง บอกกับคนขับรถม้าว่า “เข้าเมือง กลับจวน”
รถม้าแล่นผ่านข้างกายเซวียหนี ลมที่พัดมาทำให้ชายกระโปรงของนางพลิ้วไหว
