เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สู่รู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้าพร่าเลือน คล้ายถูกม่านบางคลุมไว้ รางเลือนมองไม่ชัด
“พี่สาว ตอนนี้เราอยู่ในโลกเล็ก ๆ กันแล้วนะ ข้าจะส่งเนื้อเรื่องให้พี่เดี๋ยวนี้เลย” เสียงของเสี่ยวหยวนแฝงความตื่นเต้น
วินาทีต่อมา สู่รู้สึกเพียงว่ามีภาพถูกยัดเข้าไปในสมองอย่างบังคับ หลังจากพูดตอบเสี่ยวหยวนไปสองสามประโยคอย่างขอไปที ก็เริ่มหลับตาจัดระเบียบเนื้อเรื่อง
ร่างที่นางมาสถิตนี้ชื่อเฉิงฝูรั่ว เกิดในครอบครัวที่นิยมลูกชายมากกว่าลูกสาว พ่อเป็นผู้ชายที่ชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว ส่วนแม่เป็นหญิงอ่อนแอที่ถือสามีเป็นใหญ่ แต่ก็เป็นหญิงอ่อนแอคนนี้นี่เองที่ทำให้ชีวิตของเฉิงฝูรั่วพลิกผันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
หลี่เหมยถูกสามีทำร้ายร่างกายมานานปี แต่นางกลับไม่มีความกล้าที่จะจากไป ตอนตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดนางถูกสามีขี้เมาผลักล้ม ไม่ผิดคาดก็คือเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด
ทุรนทุรายอยู่ในห้องคลอดครึ่งค่อนคืน นางให้กำเนิดบุตรสาวที่อ่อนแอคนหนึ่ง ครอบครัวสามีไม่แม้แต่จะชายตามองก็หันหลังเดินจากไป
เมื่อเห็นสตรีที่ถูกห้อมล้อมด้วยความสุขในห้องผู้ป่วยเดี่ยวข้าง ๆ จิตใจของหลี่เหมยก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา ชีวิตของนางไม่มีความหวัง แต่นางไม่ปรารถนาให้บุตรสาวใช้ชีวิตแบบเดียวกับนาง
ดังนั้นจิตใจที่ถูกความชั่วร้ายครอบงำจึงสั่งการนาง ในคืนที่เมฆดำไร้จันทร์ ให้สลับทารกหญิงสองคนที่มีขนาดตัวใกล้เคียงกัน อาจเพราะรู้สึกผิดมากเกินไป เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลี่เหมยก็ไม่ฟังคำทัดทานของโรงพยาบาล รีบออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านเกิด
นางรอคอยด้วยความหวาดกลัวอยู่ครึ่งเดือน พบว่าไม่มีใครตามหา จึงค่อย ๆ วางใจลง และความลับอันยิ่งใหญ่นี้ นางไม่ได้บอกใครเลยสักคน
ในสมัยที่กล้องวงจรปิดยังไม่แพร่หลาย บวกกับหลี่เหมยมีใบหน้าคล้ายคลึงกับฉีซู่ยวี่อยู่หลายส่วน จึงไม่มีใครสงสัยว่าเด็กถูกอุ้มผิดตัว
ฉีซู่ยวี่ซึ่งเดิมก็คลอดก่อนกำหนดจากอุบัติเหตุระหว่างท่องเที่ยว หลังจากให้กำเนิดบุตร ก็ถูกสามีพาออกจากเมืองเล็กที่ห่างไกลและล้าหลังแห่งนี้ไป
ก็เช่นนี้เองที่ใช้ชีวิตผิดที่ผิดทางกันมาสิบแปดปี เฉิงฝูรั่วถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมในครอบครัว ส่วนซ่งเจียจิ่งที่ถูกสลับชะตากับนางกลับเติบโตอย่างทรหด
เพราะถูกสามีทำร้ายร่างกายมานานปี หลี่เหมยจึงเสียชีวิตในปีที่ซ่งเจียจิ่งอายุสิบแปดปี ก่อนสิ้นใจมองซ่งเจียจิ่งตรงหน้าเตียงคนไข้ ไม่รู้เพราะรู้สึกผิดหรืออย่างไร ก็พรวดพราดบอกสถานะที่แท้จริงของนางออกไปจนหมดสิ้น
ซ่งเจียจิ่งที่ล่วงรู้ความจริงก็มาหาถึงบ้าน ในชั่วข้ามคืนชีวิตของเฉิงฝูรั่วก็พลิกผันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
เฉิงเจียจิ่งที่เปลี่ยนนามสกุลแล้วเปรียบนางเป็นโคลนตมบนพื้น นางร้อนรนอยากพิสูจน์ว่าตนเองดีกว่าเฉิงเจียจิ่ง แต่แผนเล็ก ๆ ของนางล้วนถูกเฉิงเจียจิ่งคลี่คลายได้อย่างง่ายดายทุกครั้ง
คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มผิดหวังในตัวนางทีละน้อย ความหวาดกลัวในใจนางยิ่งทวีมากขึ้น
ในครั้งที่อยากหาใครสักคนมาทำลายเฉิงเจียจิ่งอีกหน แผนการก็ยังคงล้มเหลว นางจึงต้องรับผลกรรมนั้นเอง
พ่อแม่ผิดหวังในตัวนางอย่างสิ้นเชิง ส่งนางไปต่างประเทศ แต่โชคชะตาของนางดูจะไม่ดีเป็นพิเศษ เพิ่งออกนอกประเทศก็พบกับเหตุจลาจล นางก็ตายอยู่ใต้เหตุจลาจลนั้น
“พี่สาว เป้าหมายงานครั้งนี้ของเราคือเฉิงฝูรั่ว นางไม่พอใจซ่งเจียจิ่งที่เป็นตัวเอกหญิงข้างกายพี่อย่างมาก เราต้องเปลี่ยนแปลงจุดจบของเฉิงฝูรั่ว แล้วหาทางเข้าแทนที่ซ่งเจียจิ่ง ดูดซับวาสนาของนาง” เสี่ยวหยวนพูดพล่ามไม่หยุด
สู่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย พลางทำท่าทางไม่รู้จะทำอย่างไรกล่าวว่า “เสี่ยวหยวน ยังดีที่มีเจ้าอยู่ ไม่อย่างนั้นข้าไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
เสี่ยวหยวนเห็นดังนั้นก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที มันรีบกล่าวว่า “พี่สาววางใจได้เลย มีข้าอยู่ จะต้องให้พี่ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงแน่นอน”
พูดอีกสองสามประโยค เสี่ยวหยวนก็รีบจากไป คนทั้งสองเข้ามาในโลกเล็กผ่านรอยแยกแห่งกาลเวลา มันใช้พลังงานของมันไปไม่น้อย ตอนนี้พลังงานไม่พอ จำเป็นต้องจำศีลเพื่อเติมพลังงานอย่างเร่งด่วน
เมื่อเห็นเสี่ยวหยวนจากไป ท่าทางไม่รู้จะทำอย่างไรของสู่เมื่อครู่ก็หายไป ไม่นึกเลยว่ากลุ่มแสงน้อยนี่จะทำให้นางออกจากห้วงลึกได้จริง ๆ
แล้วยัง...
นางเอียงศีรษะเล็กน้อยมองเด็กน้อยที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างกาย แววตาร้ายกาจนั้นไม่ว่าจะปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด ตั้งแต่เข้ามาในโลกนี้ นางก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยวูบหนึ่ง
เดิมคิดว่าเป็นแค่ภาพหลอน ตอนนี้ดูแล้วสมแล้วที่เป็นศัตรูคู่แค้นที่พบกันในทางแคบ
เหยาซี ผู้หญิงที่นางจำได้แม้กระทั่งกลายเป็นเถ้าถ่าน คือต้นเหตุที่ทำให้ร่างเทพของนางพังพินาศ บ้านเกิดมลายเป็นจุณ ความทรงจำในอดีตสูญสิ้น ราวกับวิญญาณร้างถูกขังอยู่ในห้วงลึกนานนับหมื่นปี
สู่มองทารกน้อยที่ไม่รู้ประสีประสา บนใบหน้าประดับรอยยิ้มบาง ให้ข้านึกหน่อยว่าจะทักทายเพื่อนเก่าอย่างไร ดีล่ะ จึงจะไม่ให้การมาเที่ยวครั้งนี้ของนางเสียเที่ยว
ได้ยินเสียงฝีเท้า สู่ก็หลับตาลง แสร้งทำเป็นนอนหลับ ฟังคำพูดพล่ามไม่หยุดของสตรีข้างหู ราวกับต้องการพร่ำความรักของแม่ในชาตินี้ให้หมดสิ้น
มีเสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้นอีกสองสามครั้ง นางรู้สึกว่าตัวเองถูกย้ายไปอีกที่ ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ห่างไกล
(ต่อจากนี้ไปเริ่มใช้ชื่อตัวละคร)
“โอ๋ ให้แม่ดูหน่อยซิ ว่าลูกน้อยตัวเล็กของใครช่างน่ารักอย่างนี้” เสียงอ่อนโยนหนึ่งดังมา เฉิงฝูรั่วลืมตาขึ้นเล็กน้อย ภาพพร่ามัวมองเห็นเพียงโครงร่างคร่าว ๆ ของสตรีตรงหน้า
มุ่งไปทางทิศนั้น นางเผยยิ้มไร้ฟัน โบกมือไปมาในอากาศ ดูราวกับดีใจอย่างยิ่ง
ฉีซู่ยวี่เห็นท่าทางมีชีวิตชีวาของบุตรสาว ใจก็นุ่มนวลลงครั้งแล้วครั้งเล่า หันไปทางเฉิงเจ้าฉวินที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวว่า “คุณคะ ดูเร็ว ๆ เจ้าหนูดีของเราทักทายพวกเราแล้ว”
เฉิงเจ้าฉวินเป็นคนเคร่งขรึมไม่ค่อยยิ้ม เป็นพ่อที่เข้มงวดในบ้าน แต่ยามนี้เมื่อมองดูก้อนแป้งข้าวเหนียวขาวนุ่มนิ่มน้อยตรงหน้า ก็รู้สึกเปรี้ยวจี๊ดในใจยิ่งนัก
เมื่อลองยื่นมือไปสัมผัสแก้มน้อยของบุตรสาวเบา ๆ เพิ่งเข้าใกล้ก็ถูกนิ้วนุ่มนิ่มนิ่มมือหนึ่งจับไว้ สัมผัสอ่อนละมุนทำให้เฉิงเจ้าฉวินแทบขอบตาแดง
เฉิงฝูรั่วมองไม่เห็นสีหน้าของพ่อแม่ราคาถูก แต่ทว่าอารมณ์ตื่นเต้นนั้นนางก็รับรู้ได้ นางจึงยิ่งยิ้มมีความสุขขึ้นไปอีก
เฉิงฝูรั่วที่เกิดมาได้สามวันก็ออกจากโรงพยาบาลในอ้อมแขนของพ่อเฉิงเจ้าฉวิน โดยสารเครื่องบินส่วนตัวออกจากเมืองเล็กที่ห่างไกลแห่งนี้
เพราะเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด อีกทั้งหลี่เหมยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายของเฉิงฝูรั่วจึงไม่เทียบเท่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน พอเหยียบถึงเมืองหรงเฉิงก็ล้มป่วยหนักเลยทีเดียว
ไม่เหมือนเด็กคนอื่น ๆ เฉิงฝูรั่วเป็นทารกนางฟ้า นางน้อยครั้งที่จะร้องไห้ เวลาไม่สบายก็เพียงแค่งอแงอู้อี้
แต่ยิ่งนางเชื่อฟัง ฉีซู่ยวี่ก็ยิ่งรู้สึกผิด
เฉิงเจ้าฉวินจัดการงานเสร็จ เพิ่งเข้าประตูก็เห็นฉีซู่ยวี่นั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียงน้อย จึงรีบเข้าไปโอบไหล่ภรรยา ปลอบโยนนางเงียบ ๆ
“อย่าเศร้าไปเลย หมอบอกว่าดูแลดี ๆ พอเจ้าหนูดีโตขึ้นก็จะเท่ากับคนรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว” เฉิงเจ้าฉวินกลัวจะปลุกลูกสาว จึงลดเสียงต่ำลงปลอบใจภรรยาที่กำลังโศกเศร้า
ฉีซู่ยวี่ลูบมือน้อย ๆ ของเฉิงฝูรั่ว ความคิดในใจแน่วแน่ขึ้นมา นางหันไปปรึกษากับเฉิงเจ้าฉวิน
“คุณคะ ก่อนเจ้าหนูดีอายุสามขวบ ฉันอยากจะวางเรื่องในมือลงก่อน รอให้ร่างกายเจ้าหนูดีดีขึ้นแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น”
ฉีซู่ยวี่เป็นบุตรสาวคนเล็กของครอบครัว ที่บ้านยังมีพี่สาวคอยรับหน้าไว้ นางสามารถเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบได้ การแต่งงานกับเฉิงเจ้าฉวินก็เป็นความรักอิสระของทั้งสอง
หลังแต่งงานนางกลายเป็นนักวาดการ์ตูน มีผลงานต้นฉบับยอดนิยมหลายเรื่อง หน้าที่การงานก็รุ่งเรือง เป็นธิดาฟ้าประทานสมชื่อ
เฉิงเจ้าฉวินมองความจริงจังบนใบหน้าภรรยา เขาถอนหายใจเบา ๆ เขารู้ว่าภรรยายังคงโทษตัวเอง
“อาอวี้ แม้เธอจะเป็นแม่ของเจ้าหนูดี แต่ก่อนหน้านั้นเธอคือฉีซู่ยวี่ก่อน ร่างกายของเจ้าหนูดีไม่ดีนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ นางเป็นลูกของเรา จะให้เธอแบกไว้คนเดียวได้อย่างไร”
สามีภรรยาปรึกษาหารือกัน แล้วตัดสินใจว่าจะให้น้ำหนักกับครอบครัวก่อน ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสียสละ
