ณ สุดปลายแดนเทพ รอยแยกยาวนับหมื่นวาปรากฏขึ้น หมอกดำพวยพุ่งบดบังแสงสวรรค์ ร่างในอาภรณ์ขาวผ่องเด่นสะดุดตาท่ามกลางความมืดเวิ้งว้างไร้สิ้นสุด
หญิงงามในชุดขาวนั่งนิ่งบนโขดหินสีดำ รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้น ใบหน้างดงามบริสุทธิ์ดุจหิมะ ผิวกายขาวซีดดั่งต้องน้ำค้างแข็ง หลุบตาลงสำรวมดุจรูปปั้นกระเบื้องเคลือบ
ราวกับสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ลืมตาช้า ๆ แววตาพร่าพรายดุจสายน้ำและม่านหมอก เลื่อนลอยว่างเปล่า ทำให้ผู้คนมิอาจหยั่งรู้อารมณ์ในดวงตานั้น
นางค่อย ๆ ยกข้อมืออันงดงามขึ้น ผิวขาวผ่องเป็นประกายเรืองรองดุจหยกอ่อน เส้นสีเขียวซีดบนข้อมือทอดตัวดั่งรอยแตกละเอียดบนกระเบื้องน้ำแข็ง เปราะบางแต่กลับงดงามเป็นที่สุด ปลายนิ้วแตะแผ่วเบา แสงนวลนุ่มก้อนหนึ่งตกลงบนฝ่ามืออย่างเงียบงัน
จ้องมองก้อนแสงบนฝ่ามือ ดวงตาสีอำพันฉายแววฉงนเล็กน้อย ริมฝีปากดั่งกลีบซากุระคลี่ออกเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลบางเบาราวกับหมอกยามเช้าที่ลอยล่อง "เจ้าคือสิ่งใด?"
เดิมคิดว่าเป็นการถามตอบตัวเอง แต่ไม่คาดคิดว่าแสงนวลนั่นจะพูดได้เสียเอง "ข้าคือระบบหมายเลข 6501"
น้ำเสียงเหมือนเด็กน้อย แม้จะพยายามบังคับให้สงบนิ่ง แต่ก็ยังได้ยินเสียงสั่นในหางเสียง พลางแอบมองสีหน้าของหญิงสาวอย่างลับ ๆ
แววตาของหญิงสาวฉายความสนใจขึ้นชั่ววูบ นางเท้าคางด้วยมือข้างเดียว พินิจดูก้อนแสงในฝ่ามืออย่างละเอียด น้ำเสียงเจือความสงสัยเล็กน้อย "ระบบ? นั่นคือสิ่งใด?"
ก้อนแสงได้ยินเสียงของนาง ก็เขินอายจนหดตัวลงเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบคนที่งดงามถึงเพียงนี้ แม้แต่เสียงก็ยังไพเราะนัก
หลังจากบิดตัวไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก้อนแสงก็เอ่ยขึ้นว่า "โลกนี้ประกอบด้วยโลกใบเล็ก ๆ มากมายนับไม่ถ้วน ส่วนโลกใบเล็ก ๆ ก็ขับเคลื่อนด้วยชะตาพลังของตัวเอกชายหญิง และระบบก็มีหน้าที่รักษาการดำเนินไปของโลกใบเล็ก"
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาให้กำลังใจนั้น เจ้าก้อนแสงน้อยก็ค่อย ๆ คลายตัวลง น้ำเสียงก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ "ระบบเองก็แตกต่างกันไป ทั้งฝ่ายตัวเอกหญิง ตัวร้ายหญิง ตัวประกอบ ตัวเดินผ่าน และอื่น ๆ ระบบจำเป็นต้องผูกมัดกับผู้ดำเนินการ ทำสัญญากับพวกเขา แล้วพาผู้ดำเนินการข้ามไปยังโลกใบเล็กต่าง ๆ ช่วยให้พวกเขาใช้ชีวิตตามชะตากรรมที่กำหนดไว้ของบทบาทนั้น ๆ จากนั้นก็จะได้รับผลตอบแทนตามสมควร"
ได้ฟังดังนั้น หญิงสาวก็ชะงักไปชั่วขณะ แล้วถามอย่างไม่ตั้งใจ "เจ้าเป็นระบบอะไร?"
เจ้าก้อนแสงได้ยินก็หดตัวเล็กลงทันที ราวกับถูกกระทบจิตใจ ไม่ทันที่หญิงสาวจะถาม มันก็เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ทั้งร้องทั้งพูด "นายของข้าถูกคนชั่วจับตัวไป แล้วยังโยนข้ามาลงในรอยแยกของกาลอวกาศ ข้าเลยมาอยู่ที่นี่..."
พูดพลาง ก็มีสายลมเย็นเฉียบพัดกรูผ่านมา เจ้าก้อนแสงหดตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว มันเพิ่งร้องไห้เสร็จ จึงมีเสียงสั่นเล็กน้อย "พี่สาว ที่นี่ที่ไหนหรือ?"
หญิงสาวมองเจ้าตัวเล็กขี้ขลาดในฝ่ามือ ค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้นมุมปาก น้ำเสียงฟังไม่ออกว่ามีความรู้สึกเช่นไร "ข้ามีนามว่าสู่ ที่นี่เรียกขานว่าเหวลึก ข้าอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายหมื่นปีแล้ว"
เจ้าก้อนแสงได้ฟังก็ถามว่า "เช่นนั้นที่นี่คือบ้านของเจ้าหรือ?"
สู่ได้ฟัง สีหน้าก็ค่อย ๆ เคร่งเครียด ฝ่ามือค่อย ๆ หุบเข้า แต่เจ้าสิ่งเล็กจิ๋วในมือนี้นางใช้แรงอีกนิดเดียวก็บดขยี้ได้ ทว่าเจ้าก้อนแสงกลับดูเหมือนไม่มีความระแวงต่อนางเลยแม้แต่น้อย เมื่อรับรู้ถึงการเข้าใกล้ของนาง มันกลับเข้ามาคลอเคลียอย่างสนิทสนม
สู่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สีหน้าหม่นหมองในดวงตาจางหายไป ค่อย ๆ แต้มด้วยความโศกเศร้า น้ำเสียงก็ทุ้มต่ำลง "ที่นี่ไม่ใช่บ้านของข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน ข้าถูกขังอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว เจ้าเป็นคนแรกในรอบหลายหมื่นปีที่พูดกับข้า"
เจ้าก้อนแสงเห็นท่าทีโศกเศร้าของนาง ก็ร้อนใจนัก มันเข้าสู่กับดักของสู่โดยไม่ทันระวังตัว "พี่สาวอย่าร้องไห้เลย ข้าจะพาเจ้าออกไปดีไหม"
สู่ได้ฟัง ก็ยกยิ้มขึ้นมุมปาก แต่แล้วก็หุบยิ้มลงอย่างรวดเร็ว นางส่ายหน้าอย่างจนใจ น้ำเสียงยังคงเจือความโศกเศร้า
"ไม่เกิดประโยชน์หรอก กายเทพของข้าถูกตรึงด้วยทวนสังหารเทพ ต่อให้ออกไปได้ ก็อยู่ต่อไปไม่ได้หรอก เจ้าก้อนกลมน้อย รีบไปเสียเถิด ข้ายังคงมีฤทธิ์เทพหลงเหลืออยู่บ้าง คิดว่าเจ้ากับข้ามีวาสนาต่อกัน ข้าจะช่วยเจ้าด้วยเถิด"
เจ้าระบบน้อยที่เพิ่งถูกสร้างเสร็จก็ถูกคนร้ายทำร้าย เพิ่งจะเคยพบคนที่ห่วงใยมันเช่นนี้ น้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งทันที ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมจากไป
มองสายตาห่วงใยของสู่ เจ้าก้อนแสงเหมือนจะตัดสินใจบางอย่างได้ มันเอ่ยปากว่า "ข้าจะออกไปพร้อมกับพี่สาว"
ไม่ทันที่สู่จะปฏิเสธ เจ้าก้อนแสงก็เอ่ยขึ้นว่า "นายเคยบอกข้าว่า ชะตาพลังเป็นพลังขับเคลื่อนการดำเนินไปของโลก และยังเป็นพลังแห่งการก่อกำเนิดทั้งปวง หากมีชะตาพลังจำนวนมาก พี่สาวจะสามารถมีกายเทพขึ้นใหม่ และมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่?"
สิ้นเสียงของเจ้าก้อนแสง สีหน้าของสู่ก็ผันแปรเล็กน้อย ราวกับถูกคำพูดของเจ้าก้อนแสงทำให้รู้สึกสะเทือนใจ นางไม่ได้พูดอะไรอยู่ชั่วขณะ
เจ้าก้อนแสงเห็นดังนั้น ความคิดในใจก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น โดยธรรมชาติมันไม่มีการแบ่งแยกดีชั่ว มันรู้สึกว่าสู่ดี มันก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือสู่
สู่เหมือนถูกมันโน้มน้าวให้คล้อยตาม นางเอ่ยถามเบา ๆ "ทำอย่างไรถึงจะได้ชะตาพลังมา?"
เจ้าก้อนแสงคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดอย่างดีใจว่า "นายเคยบอกข้า ตัวเอกชายหญิงในโลกใบเล็กเป็นนายแห่งชะตาพลัง ชะตาพลังบนตัวพวกเขามีมาก หากเราสามารถแย่งชะตาพลังบนตัวพวกเขามาเป็นของเรา..."
สู่ได้ฟัง ดวงตาพร่ามัวสั่นไหวเล็กน้อย เอ่ยอย่างเป็นกังวล "หากชะตาพลังถูกเราเอาไปจนหมด โลกใบเล็กจะเป็นเช่นไร?"
เจ้าก้อนแสงได้ฟังก็ตอบว่า "โลกใบเล็กขับเคลื่อนด้วยชะตาพลัง เมื่อพี่สาวได้ชะตาพลังมาแล้ว ก็แค่อยู่ในโลกใบนั้นจนกว่าวัฏจักรชีวิตจะสิ้นสุดลงก็พอ"
สู่ถามอย่างเขิน ๆ "แต่ข้าทำไม่เป็นนะ..."
เจ้ากลมก็พลันรู้สึกรักใคร่เอ็นดู "ข้าจะช่วยพี่สาวข้ามไปยังโลกใบเล็ก เข้าสิงร่างของผู้มีบทบาทที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ พี่สาวแค่ต้องเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของผู้รับบทนั้น แล้วแทนที่ตัวเอก ชะตาพลังก็จะไหลเอียงมาหา"
เจ้าก้อนแสงร้อนรนจะทำสัญญากับสู่ สู่ก็ย่อมไม่มีเหตุผลใดให้ปฏิเสธ
หลังจากทำสัญญาเสร็จแล้ว เจ้าก้อนแสงก็พูดอย่างบิดไปมาว่า "พี่สาวยังไม่ได้ตั้งชื่อให้ข้าเลย"
สู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง งอนิ้วดีดเบา ๆ ที่เจ้าก้อนแสง แล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า "เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวหยวนเป็นไร"
เสี่ยวหยวนดีใจจนหมุนวนบนฝ่ามือของสู่ เห็นสีหน้าอ่อนโยนของสู่ ก็เริ่มกล้าขึ้น ถูไถไปมาซ้ายทีขวาที เหมือนลูกสุนัขกำลังทำเครื่องหมายอาณาเขต
ครู่ต่อมา เสี่ยวหยวนก็พูดอย่างเขินอายเล็กน้อย "พี่สาว เรารีบออกไปจากที่นี่เถิด"
สู่ได้ฟังก็พยักหน้าเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไปในเขตแดนที่เสี่ยวหยวนฉีกเปิดออกอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็ออกจากที่นี่ไป
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้วงมิติอีกแห่งหนึ่ง ร่างหนึ่งก็เลือนหายไปเช่นกัน
