ถังชูเฟยมองโต๊ะที่ว่างเปล่า แววตาหลังเลนส์แว่นพลันหม่นลง ปลายนิ้วที่ห้อยอยู่ข้างกายขยับถูชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว
“เทพถัง?” นักเรียนชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา เมื่อเห็นเขายืนนิ่งไม่ขยับอยู่กับที่จึงถามด้วยความเป็นห่วง “เพิ่งกลับประเทศแล้วปรับเวลายังไม่ชินหรือเปล่า? ทำไมสีหน้าดูแย่จัง”
ถังชูเฟยเก็บซ่อนความมืดหม่นในดวงตา พอหันกลับมา รอยยิ้มอ่อนโยนอันไร้ที่ติก็กลับมาประดับใบหน้าอีกครั้ง “ไม่เป็นไร แค่กำลังคิดวิธีทำโจทย์ข้อใหญ่ข้อสุดท้ายอีกแบบหนึ่งอยู่ เลยเผลอเหม่อไปหน่อย”
เขากล่าวลาอีกฝ่ายอย่างสุภาพ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากอาคารเรียนรวม
ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว สายลมหนาวพัดผ่านยอดไม้ หอบเอาความเย็นเยียบของต้นฤดูหนาวมาด้วย
ถังชูเฟยเพิ่งเดินมาถึงขอบแปลงดอกไม้ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้นหนึ่งครั้ง
เขาหยิบออกมาดูแวบหนึ่ง บนหน้าจอปรากฏข้อความที่เหวินหยวนส่งมา:
【พี่ชูเฟย กลับมาแล้วทำไมไม่บอกกันสักคำล่ะคะ?】
【ฉันคิดถึงพี่ ตอนนี้มาหาฉันที่ห้องพักหน่อยได้ไหมคะ?】
เมื่อเห็นข้อความไม่กี่บรรทัดบนหน้าจอที่แฝงแววกระเง้ากระงอด คิ้วของถังชูเฟยก็เลิกขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น รอยยิ้มเย็นชาปนขบขันผุดขึ้นที่มุมปาก
ตอนนั้นเขามองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าเหวินหยวนใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าใกล้เสิ่นจิ่งเชียนกับเซี่ยซือเหิง และเล่นเกมดึงเชือกให้ทั้งสองคนไล่ตามเธอ ทว่าในเวลานั้นเขากลับเห็นเป็นเรื่องสนุก จึงคอยจับตาเหวินหยวนมากขึ้น บางครั้งก็แสดงท่าทีคลุมเครือให้อีกฝ่ายเห็นบ้าง ถือเสียว่าเป็นความบันเทิงยามว่าง
