รัชศกต้าหยินปีที่ 20 เป็นช่วงกลางฤดูร้อนพอดี
ศาลาฝางเจ๋อโอบล้อมด้วยผืนน้ำทั้งสี่ด้าน นอกแนวราวสีชาดมีใบบัวเขียวชอุ่ม ลมยามเย็นหอบไอชื้นพัดผ่านโถงเข้ามา ทำให้ผ้าโปร่งใยเงือกที่ห้อยระย้าภายในพลิ้วไหวแผ่วเบา
วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันประสูติของฮองเฮาเซี่ย
โคมไฟในวังส่องสว่างทั่วทั้งตำหนัก เสียงเครื่องสายบรรเลงไม่ขาดสาย นางรำหลายคนสวมชุดสีแดงชาด ร่ายรำอย่างงดงามกลางตำหนักที่ปูด้วยพรมไหมทอง แขนเสื้อยาวพลิ้วไหวขึ้นลง พร้อมเสียงกระดิ่งเงินที่ข้อมือแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ
ฮองเฮาเซี่ยสวมชุดราชสำนักสีม่วงเข้มปักลายหงส์ ประทับอยู่ข้างฮ่องเต้ พระนางดูแลพระวรกายได้เป็นอย่างดี ใบหน้าสงบอ่อนโยน ข้างมวยผมปักปิ่นหงส์ทองเก้าหางคาบไข่มุก ส่องประกายวาววับใต้แสงโคม
ฮ่องเต้ทรงโน้มพระวรกายไปตรัสบางอย่างกับพระนาง ฮองเฮาเซี่ยแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย ก่อนยกมือรินสุราให้พระองค์ครึ่งจอก
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มให้กัน ช่างเป็นภาพของคู่บัลลังก์ที่รักใคร่กลมเกลียว
เมื่อการร่ายรำจบลง ผู้คนในตำหนักต่างยกจอกขึ้นถวายพระพรให้ฮองเฮาทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
ฮองเฮาเซี่ยแย้มพระสรวลรับคำถวายพระพร
องค์หญิงหก เยี่ยนอวี่ฟู่ ซึ่งนั่งอยู่เบื้องล่างพลันลุกขึ้น
วันนี้นางสวมกระโปรงสีชมพูสด เครื่องประดับไข่มุกและหยกบนเรือนผมงดงามสะดุดตา ยืนเด่นอยู่กลางตำหนัก ก่อนค้อมกายถวายคำนับอย่างเรียบร้อย
“ลูกขอถวายพระพรเสด็จแม่ ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงและมีความสุขยืนยาวเพคะ”
เมื่อเห็นว่าเป็นนาง รอยยิ้มในดวงตาของฮองเฮาเซี่ยก็ลึกซึ้งขึ้นหลายส่วน
“ลุกขึ้นเถิด” พระนางหันไปทอดพระเนตรฮ่องเต้ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความรักใคร่ “ฝ่าบาททอดพระเนตรซิ ฟู่เอ๋อร์ของเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ เช้านี้ยังทำลับ ๆ ล่อ ๆ มาบอกหม่อมฉันว่าเตรียมของขวัญพิเศษไว้ให้ ทั้งยังห้ามคนข้างกายหม่อมฉันถามไถ่เสียด้วย”
