ความคิดนี้ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ทำให้อารมณ์ที่เดิมปั่นป่วนอยู่ในใจเขาพลันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม
เขาอยากบอกว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจ อยากบอกว่าแค่กำลังอารมณ์ไม่ดี อยากบอกว่าไม่ได้คิดจะทำให้แม่สุยลำบากใจ
แต่ถ้อยคำเหล่านั้นกลับติดอยู่ในลำคอ ไม่ว่าอย่างไรก็พูดไม่ออก
เซี่ยซือเหิงหลุบตาลง เดินอ้อมเศษถ้วยกระเบื้องบนพื้นไปนั่งข้างโต๊ะอาหาร
เขาดึงเก้าอี้ข้างฟูจินเฉียวออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำ “เอาชามกับตะเกียบมาให้ฉันชุดหนึ่ง”
พ่อบ้านรับคำแล้วออกไปทันที
ฟูจินเฉียวหันหน้ามามองเขาเงียบ ๆ แวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
สายตาเรียบเฉยคู่นั้นกลับทำให้เซี่ยซือเหิงยิ่งหงุดหงิด
ราวกับฟูจินเฉียวมองทะลุความน่าเวทนาของเขามานานแล้ว แต่ขี้เกียจจะเอ่ยปากเยาะเย้ย
มื้อค่ำดำเนินไปอย่างเงียบเชียบผิดปกติ
เซี่ยเฉิงหยวนยังคงหน้าบึ้ง แม่สุยคีบกับข้าวให้สุยหยางเป็นครั้งคราว ส่วนฟูจินเฉียวก็คอยเตือนเธอเสียงเบาให้กินช้า ๆ มีเพียงเซี่ยซือเหิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กินข้าวในชามอย่างไร้ชีวิตชีวา แทบไม่รู้สึกถึงรสชาติใดเลย
สุยหยางไม่หันมามองเขาอีกตลอดมื้อ
ทุกครั้งที่ฟูจินเฉียวพูดกับเธอ รอยยิ้มก็จะกลับมาปรากฏบนใบหน้า รอยยิ้มหวานละมุนและสดใสไม่ต่างจากตอนอยู่หน้าโรงเรียนเมื่อครู่ ทว่าพออยู่ในสายตาเซี่ยซือเหิง กลับทำให้เขาเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตำหนิ
หลังมื้ออาหาร ฟูจินเฉียวลุกขึ้นกล่าวลา
“คุณลุงเซี่ย คุณป้า วันนี้รบกวนแล้วครับ”
“รบกวนอะไรกัน” แม่สุยยิ้มพลางกล่าว “วันหลังว่าง ๆ ก็แวะมาอีกนะ”
เซี่ยเฉิงหยวนพยักหน้าเช่นกัน “วันไหนก็มาได้เสมอ”
