สีหน้าของเซี่ยซือเหิงดูย่ำแย่ “คุณหมายความว่ายังไง”
“ฉันหมายความว่า ฉันไม่เคยเข้าไปแทรกแซงชีวิตคู่ของพ่อคุณกับแม่คุณเลย ตอนที่ฉันกลับมาติดต่อกับเขาอีกครั้ง เขากลับมาเป็นโสดแล้ว ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ นี่ก็คือความจริง”
“ใครจะไปรู้ว่าพวกคุณติดต่อกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
เซี่ยเฉิงหยวนตบโต๊ะดังปัง “เซี่ยซือเหิง!”
แม่สุยมองเซี่ยเฉิงหยวนเป็นเชิงบอกให้เขาอย่าเพิ่งพูด
เธอหันกลับไปมองเซี่ยซือเหิงอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงราบเรียบ “คุณไม่ชอบฉันก็ไม่เป็นไร คุณไม่ยอมรับฉัน ฉันก็ไม่ถือสา ต่อให้ฉันแต่งงานกับพ่อคุณ แต่คุณกับฉันก็ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน ฉันไม่บังคับให้คุณมองฉันเป็นแม่ และยิ่งไม่เข้าไปก้าวก่ายชีวิตของคุณ”
เซี่ยซือเหิงยกมุมปากขึ้น กำลังจะพูด แต่จู่ ๆ น้ำเสียงของแม่สุยก็เย็นชาลง
“แต่เรื่องลูกสาวของฉัน ยังไม่ถึงตาคุณมาพูด”
สายตาของเซี่ยซือเหิงเลื่อนไปหยุดที่สุยหยาง
สุยหยางยังคงก้มหน้า ดวงตาแดงก่ำ เงียบงัน ไม่โต้เถียงแม้แต่คำเดียว
แม่สุยหยิบเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ขึ้นมา แล้วค่อย ๆ คลุมไหล่ให้ลูกสาว
“หยางหยาง กลับบ้านกันเถอะ”
สุยหยางพยักหน้า “ค่ะ”
ตอนที่เธอลุกขึ้น เซี่ยซือเหิงก็ลุกตามโดยไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวก่อน”
สุยหยางชะงักฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับมา
เซี่ยซือเหิงมองแผ่นหลังบอบบางของเธอ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
“คำพูดเมื่อกี้ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
“แล้วคุณหมายความว่ายังไงล่ะ” แม่สุยถามแทนลูกสาว
เซี่ยซือเหิงพูดไม่ออก
เขาจะพูดต่อหน้าเซี่ยเฉิงหยวนกับแม่สุยได้อย่างไรว่า เขาไม่อยากให้สุยหยางกลายเป็นน้องสาวของตัวเอง
แม่สุยรออยู่สองวินาที เมื่อไม่ได้รับคำตอบจึงจับมือสุยหยางไว้
