ถ้อยคำสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำ ทำให้อารมณ์ที่สุยหยางฝืนประคองมาตลอดทั้งเช้าพังทลายลงในทันที
ปลายจมูกของเธอแสบขึ้นมา ดวงตาพร่าไปด้วยม่านน้ำใส ทั้งที่ยังอยากกลั้นเอาไว้ แต่น้ำตากลับร่วงลงมาก่อน
ฟูจินเฉียวใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้เธอ
“มีใครรังแกเธอหรือเปล่า?”
สุยหยางส่ายหน้า
“แล้วเป็นอะไรไป?”
เธอมองเขา น้ำเสียงค่อย ๆ สั่นเครือ “เมื่อวานตอนกินข้าว ฉันเจอลูกชายของลุงเซี่ย”
ฟูจินเฉียวชะงักมือเล็กน้อย
“เซี่ยซือเหิงเหรอ?”
สุยหยางพยักหน้าเบา ๆ
“เขาไม่ชอบแม่ฉัน แล้วก็ไม่ชอบฉันด้วย” เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานด้วยเสียงแผ่วเบา “เขาดูดุมาก ลุงเซี่ยยังตีเขาเพราะพวกเราอีก”
“แม่บอกว่าจะคิดเรื่องความสัมพันธ์กับลุงเซี่ยใหม่ ฉัน...”
“หยางหยางกลัวว่าคุณน้าจะเลิกกับลุงเซี่ยเพราะเธอเหรอ?”
“อืม”
“แล้วก็กลัวคุณน้าเป็นห่วง เลยฝืนกลั้นมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้?”
สุยหยางไม่ตอบ เพียงก้มหน้าลง น้ำตายิ่งไหลหนักกว่าเดิม
ฟูจินเฉียวถอนหายใจ ก่อนดึงเธอเข้ามากอด
หน้าผากของสุยหยางแนบอยู่กับไหล่เขา นิ้วมือค่อย ๆ กำเสื้อบริเวณอกของเขาไว้ ฟูจินเฉียวลูบแผ่นหลังเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอจนเสียงร้องไห้เบาลง จึงเอ่ยเสียงต่ำ
“ไม่ใช่ความผิดของหยางหยาง”
“แต่ว่า...”
“เซี่ยซือเหิงต่างหากที่พูดไม่เป็น”
แววตาของฟูจินเฉียวเย็นลงเล็กน้อย ทว่ามือที่ลูบแผ่นหลังเธอยังคงอ่อนโยน
“ไม่เป็นไรนะ หยางหยาง”
เขาก้มตามองเด็กสาวในอ้อมแขนที่ไหล่ยังสั่นสะท้านเพราะร้องไห้
“ให้ฉันไปสั่งสอนเขาให้ไหม?”
สุยหยางยังซุกหน้าอยู่ในอ้อมกอดเขา สะอื้นเบา ๆ ราวกับไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
