สุยหยางอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
ฟูจินเฉียวมองเธอ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ เช่นกัน
เหวินหยวนนั่งอยู่บนพื้น มองภาพทั้งสองหยอกเย้ากันราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น แววตาแทบจะแผ่ความเคียดแค้นออกมา
สีหน้าของถังชูเฟยกับเสิ่นจิ่งเชียนเองก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากัน
ส่วนเซี่ยซือเหิงจ้องมองมือของสุยหยางที่กำลังเช็ดมือให้ฟูจินเฉียวแน่วนิ่ง ราวกับมีถ่านแดงฉานก้อนหนึ่งอุดอยู่ในอก จนแม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด
ทั้งที่เขากับสุยหยางอาศัยอยู่บ้านเดียวกันแท้ ๆ
แต่จนถึงตอนนี้ สุยหยางกลับไม่แม้แต่จะยอมมองเขาให้นานขึ้นสักนิด
ฟูจินเฉียวสัมผัสได้ถึงสายตาของคนเหล่านั้น แววรังเกียจพาดผ่านดวงตา
ท่าทางที่พวกนั้นจ้องหยางหยางทำให้เขาขัดตา
เขาจะสะสางบัญชีกับพวกนั้นทีละคน
“หยางหยาง ไปกันเถอะ”
สุยหยางพยักหน้า “ได้”
เฮ่อซือซานรีบเดินตามไปทันที
ทั้งสามเพิ่งหันหลังกลับ จู่ ๆ ก็มีเสียงกดกลั้นดังมาจากด้านหลัง
“หยางหยาง”
สุยหยางชะงักฝีเท้า
เธอหันกลับไปก่อนที่ฟูจินเฉียวจะทันพูดอะไร
เซี่ยซือเหิงสบตาเธอ ลูกกระเดือกขยับเล็กน้อย แต่คำพูดที่เตรียมไว้กลับติดอยู่ในลำคอจนเอ่ยออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว
สุยหยางมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ฉันกับคุณไม่ได้รู้จักกันใช่ไหม?”
สีหน้าเซี่ยซือเหิงแข็งค้าง
“เราอยู่บ้านเดียวกัน ฉันเป็น...”
“แต่ฉันไม่ยอมรับ”
สุยหยางตัดบท ดวงตาคู่งามไร้ซึ่งความสนิทสนม มีเพียงความเหินห่างที่ไม่คิดปิดบัง
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาเรียกฉันแบบนั้น?”
“ฉัน...”
เซี่ยซือเหิงอ้าปากค้าง
สุยหยางพูดต่อ “ถึงเราจะรู้จักกัน คุณก็เรียกฉันแบบนั้นไม่ได้”
นิ้วมือของเซี่ยซือเหิงกำแน่นขึ้นฉับพลัน
“ทำไม?”
สุยหยางมองเขา ก่อนตอบเสียงเบา “เพราะฉันขยะแขยง”
