ไม่ใช่ว่าเฉินเสวียนไม่เคยเห็นสาวสวย เสิ่นชิงยวิ่น ซูหว่าน โจวอวี่ถง หรือคุณเจียง คนไหนก็งามชนิดหาได้ยากยิ่ง แต่ภาพของหลินจือเซี่ยในคืนนี้ทำให้เขาประหลาดใจอยู่บ้างจริง ๆ
ตอนกลางวันบนเครื่องบิน เธอให้ความรู้สึกเย็นชาและห่างเหิน ราวกับหยกที่ต่อให้อุ่นอย่างไรก็ไม่อุ่นขึ้น ทว่าตอนนี้เมื่อยืนอยู่ใต้แสงไฟสีเหลืองนวล ความเย็นชานั้นกลับจางลงไปมาก แทนที่ด้วยความอ่อนโยนบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
เสื้อผ้ามีอิทธิพลต่อคนเราจริง ๆ โดยเฉพาะกับสาวสวย
“มองอะไรอยู่?” หลินจือเซี่ยเดินเข้ามา นั่งลงตรงข้ามเขา มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ
“ไม่ได้มองอะไร” เฉินเสวียนละสายตากลับมา “คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วสินะ”
“ถามอะไรแปลก ๆ กินข้าวทั้งทีไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าหรือไง?” หลินจือเซี่ยหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมา รินชาให้ตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ “คุณมาตรงเวลาดีนี่”
หลินจือเซี่ยกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อยืดสีขาว กางเกงลำลองสีเทา รองเท้าผ้าใบสีขาว ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยดี แต่เมื่อเทียบกับชุดที่เธอสวมคืนนี้แล้ว ก็เรียบง่ายเกินไปอยู่บ้างจริง ๆ
“ก็ดีนะ” เธอพูด น้ำเสียงฟังไม่ออกว่าชมจากใจหรือแค่พูดตามมารยาท “สะอาดดี”
เฉินเสวียน “...ขอบคุณที่ชม”
หลินจือเซี่ยหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นแผ่วพลิ้ว แต่ไพเราะจับใจ
บริกรเดินเข้ามาส่งเมนู หลินจือเซี่ยรับไปเปิดดู แล้วถามเฉินเสวียนว่ามีอะไรที่กินไม่ได้หรือไม่ เฉินเสวียนตอบว่าไม่มี เธอจึง...
