เฉินเสวียนกำลังจะหันหลังเดินจากไป พลันมีเสียงกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง
“โห สาวสวย ดึกขนาดนี้ยังมาเดินอยู่คนเดียวบนถนนอีกเหรอ?”
เฉินเสวียนหันกลับไป
ชายสามคนไม่รู้โผล่มาจากไหน กำลังเดินโซเซเข้าหาหญิงสาวสวมหมวกเบเรต์
คนที่เป็นหัวโจกเป็นชายหัวโล้น สวมสร้อยทองเส้นหนึ่งไว้ที่คอ ส่องประกายระยิบระยับใต้แสงไฟถนน เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายดอก พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักส่วนหนึ่ง
ด้านหลังมีลูกน้องตามมาอีกสองคน คนหนึ่งผอมเหมือนไม้ไผ่ อีกคนเตี้ยอ้วนกลม ทั้งสามยืนเรียงกันเหมือนขีดบอกระดับสัญญาณมือถือ
หญิงสาวสวมหมวกเบเรต์มองพวกเขาแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะอ้อมชายหัวโล้นเพื่อเดินจากไป
ชายหัวโล้นยื่นมือมาขวาง ยิ้มกริ่มพลางยืนบังเธอไว้
“อย่าเพิ่งไปสิสาวสวย คุยกันสักสองสามคำไหม ดึกขนาดนี้เดินคนเดียวไม่ปลอดภัย ให้พวกพี่ไปส่งกลับบ้านไหมล่ะ?”
“ไม่ต้อง” เสียงของหญิงสาวเย็นชา
“อย่าเย็นชาขนาดนั้นสิ” ชายหัวโล้นขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว “ลองคิดดูสิ ดึกป่านนี้ ถ้าเจอคนไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?”
“หลีกไป” น้ำเสียงของหญิงสาวเย็นลงอีก
ชายหัวโล้นไม่เพียงไม่หลีก แต่กลับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม แล้วยื่นมือไปหมายจะลูบใบหน้าเธอ
“ฉันชอบผู้หญิงมีอารมณ์แบบนี้แหละ”
เฉินเสวียนขมวดคิ้ว
เดิมทีเขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่เมื่อครู่หญิงสาวคนนี้ถูกเขาชนยังไม่เอาเรื่องเขาเลย เขาก็รู้สึกผิดอยู่แล้ว ตอนนี้เห็นเธอถูกพวกอันธพาลเข้ามารังควาน จะให้เดินจากไปเฉยๆ ได้อย่างไร
เขาหันหลังเดินกลับไป
“พี่ชาย” เฉินเสวียนตบบ่าชายหัวโล้นเบาๆ
