ในที่สุดก็มาถึงร้านอาหารพระจันทร์ใหม่
"เชิญแสดงบัตรเชิญ"
พนักงานที่รออยู่หน้าประตูตรวจบัตรเชิญอีกครั้ง ก่อนจะเชิญพวกเขาเข้าไปอย่างนอบน้อม "เชิญทุกท่านตามฉันมา"
หลายคนกำลังจะเข้าไป เยี่ยซวงเดินอยู่ท้ายสุด พอดีได้ยินเสียงใครบางคนเรียก "คุณหนู" อยู่ด้านหลัง
เสี่ยวซินรีบโบกมือให้สาวใช้ถอยไป พอหันกลับมา ก็สบสายตากับเยี่ยซวงที่ยืนอยู่บนบันไดพอดี จึงรีบทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ว่าไง คุณหนูของฉันตกอะไรไว้หรือเปล่า"
"เปล่า" เยี่ยซวงยิ้มหวานให้เธอ เอ่ยเสียงเบา "เสี่ยวซิน หลังจากนี้ฉันยังมาหาเธอได้อีกไหม"
"ได้สิ แค่คุณหนูบอกกับคนดูแลในร้าน แล้วฉันจะมาหาเอง"
"ดี" หล่อนรับคำ แล้วหันเดินตามพวกเขาเข้าไปในร้าน
ในห้องโถงใหญ่ พนักงานสองแถวยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
พอเห็นองค์ชายใหญ่และแปดเอี๊ยวเดินเข้ามา สาวใช้หลายคนก็ยิ้มแล้วส่งสายตากระซิกกระซาบกัน
แต่พอเยี่ยซวงเดินตามมาทีหลัง สีหน้าของพวกเธอก็เปลี่ยนไปทันที เหมือนกำลังสื่อสารอะไรกันด้วยสายตา
"เชิญทุกท่านพักผ่อนตามสบาย" หัวหน้าพนักงานพาพวกเขามาถึงห้อง ก็หันไปปิดประตูแล้วจากไป
ฉีเถี่ยจุ้ยมองไปรอบห้อง แล้วชมอย่างพอใจ "องค์ชายใหญ่ สถานที่ประณีตขนาดนี้ ทางบ้านเราไม่มีแน่นอน"
"อ้าว?" เสียงของเยี่ยซวงเผยความสงสัยเล็กน้อย โชคดีที่หล่อนรู้ตัวได้ทันที จึงรีบกลืนคำพูดที่เหลือลงไป
ให้ตายเถอะ เกือบลืมไปว่าตอนนี้เป็นยุคสาธารณรัฐ
จางฉีซานเป็นคนละเอียดรอบคอบ หูไว เขาจับสังเกตได้ทันที ถึงสีหน้าจะนิ่งสงบ แต่ในดวงตากลับมีความพิจารณาที่คาดเดายากเพิ่มขึ้นมาอีกนิด
"ว่าแต่ ซวงซวง เมื่อกี้เธอไปทำอะไรมาทำไมไม่ตามมา"
"ฉันกำลังคุยกับเสี่ยวซินอยู่" เยี่ยซวงไม่ได้คิดจะปิดบัง จึงเล่าข้อสงสัยในใจให้พวกเขาฟังตรง ๆ "เสี่ยวซินคนนี้ปลอมตัวเป็นผู้ชาย แท้จริงแล้วเธอคือนายหญิงใหญ่ของร้านอาหารพระจันทร์ใหม่"
"อะไรนะ? ผู้หญิงเหรอ?" ฉีเถี่ยจุ้ยเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ "แล้วเธอทำแบบนั้นทำไมล่ะ?"
หล่อนชี้ไปที่จางฉีซาน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เฉลยปริศนา "เพื่อเผิงซานเปียนไง"
จางฉีซานนึกถึง "ชวีหรูเหมย" ตอนนี้ถึงได้เข้าใจ "ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"
"นายหญิงใหญ่ของร้านอาหารพระจันทร์ใหม่กับเผิงซานเปียน อย่าบอกนะว่า..." ฉีเถี่ยจุ้ยก็เข้าใจได้ในทันที รีบดึงแขนจางฉีซาน "องค์ชายใหญ่ แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะ พวกเราโดนจำหน้าได้แล้วหรือยัง"
สีหน้าจางฉีซานเคร่งเครียดเล็กน้อย "ยังหรอก ไม่อย่างนั้นตั้งแต่แรกพวกเราก็คงเข้าไม่ได้"
"ไม่เป็นไร ฉันจะหาทางเข้าไปใกล้ตัวนายหญิงใหญ่คนนี้ ดูว่าจะแอบถามข่าวอะไรได้บ้าง"
"ดี" ฉีเถี่ยจุ้ยหันไปพูดกับจางฉีซานด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ "เห็นไหมล่ะองค์ชายใหญ่ ฉันบอกแล้วว่าเยี่ยซวงนี่หัวไว เอาหล่อนมาด้วยไม่ก่อเรื่องเดือดร้อนแน่นอน เผลอ ๆ อาจช่วยได้อีกแรงด้วยซ้ำ"
จางฉีซานยิ้มแล้วพูด "ใช่ ต้องขอบคุณแปดเอี๊ยว"
สามคนแยกย้ายกัน องค์ชายใหญ่กับแปดเอี๊ยวไปสืบที่อื่น ส่วนหล่อนรับหน้าที่ดูแลนายหญิงใหญ่คนนั้นโดยเฉพาะ
เยี่ยซวงหาไปรอบหนึ่ง ในที่สุดก็เจอหล่อนที่ข้างโต๊ะพนัน
หงซินเยว่หยิบกองชิปขึ้นมากำมือหนึ่ง วางลงบนโต๊ะพนัน แล้วรอผลอย่างเบื่อหน่าย
แค่สิบนาทีสั้น ๆ ชิปในมือหล่อนก็เพิ่มเป็นสองเท่า ไม่พลาดแม้แต่ครั้งเดียว
เยี่ยซวงเหลือบมองสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังหล่อน นายหญิงใหญ่เล่นพนันยังต้องพาสาวใช้ฟังข่าวมา งั้นก็ชนะทุกตาเป็นเรื่องปกติ จะสนุกอะไรได้
"เสี่ยวซิน บังเอิญจังเลยนะ"
หงซินเยว่เห็นหล่อนเดินมาทัก สีหน้าก็แปลกใจเล็กน้อย "เป็นเธอนี่เอง"
สายตาหล่อนเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ ชมว่า "ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยนะว่าเธอเป็นเซียนพนันด้วย ฉันยังไม่เคยลองแบบนี้เลย ช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหม"
"ได้สิ"
หงซินเยว่ก็มีแผนในใจ ความมันส์ของการชนะพนันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะต้านทานได้ ความรู้สึกที่ได้ร่ำรวยขึ้นชั่วข้ามคืนแบบนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนชาชินที่สุด
และหล่อนก็ถือโอกาสนี้ถามให้รู้ความจริง ว่าผู้หญิงคนนี้กับเผิงซานเปียนมีความสัมพันธ์อะไรกัน
ส่วนความคิดที่แท้จริงของเยี่ยซวงนั้นใกล้ตัวกว่ามาก
เอาน่า มีสาวใช้ฟังข่าวเป็นตัวช่วยแบบนี้ โอกาสทองมาแล้วต้องรีบกอบโกยให้เต็มที่!
เยี่ยซวงไม่ลังเลที่จะหยิบเงินเดือนที่เก็บออมมาหนึ่งเดือนออกมาหมด หงซินเยว่เดิมพันอะไร หล่อนก็เดิมพันตาม ทุกตาเล่นหมดตัว
ไม่กี่รอบ เงินในมือหล่อนก็เกือบจะเพิ่มเป็นสิบเท่าแล้ว
ตอนนี้ที่หล่อนมองหงซินเยว่ ดวงตาเป็นประกาย นี่คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มีชีวิตจริง ๆ นะเนี่ย
หงซินเยว่เห็นว่าได้เวลาเหมาะแล้ว จึงจงใจทดสอบ "ขอเล่นตาสุดท้ายเถอะ คุณหนูออกมานานขนาดนี้แล้ว ถ้าเผิงซานเอี๊ยวรู้ว่าฉันพาคุณหนูมาเล่นพนัน ฉันคงไม่ได้ดีแน่"
"ไม่เอาน่า มาเล่นต่อกันเถอะ" เยี่ยซวงรีบคว้าแขนหล่อนไว้ "เธอไม่ต้องห่วง เขาไม่ว่าเธอหรอก ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกัน เขาไม่มามีสิทธิ์มาว่าฉันได้"
"คุณหนูกับเผิงซานเอี๊ยวไม่ได้มีอะไรกันเหรอ? งั้นเขาพาคุณหนูมาร้านอาหารพระจันทร์ใหม่ได้ยังไง"
เยี่ยซวงสายตาเป็นประกาย มองทะลุความคิดของหล่อน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มีนัย แล้วพูดเป็นนัยให้คนคิดตาม "ฉันกับเผิงซานเอี๊ยวก็แค่รู้จักกันผิวเผิน แต่กับคนสนิทข้างกายเขา กลับสนิทสนมกันมากทีเดียว"
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ งั้นก็ดี ดีแล้ว..." ก้อนหินในใจหงซินเยว่ท้ายสุดก็วางลง ใบหน้ามีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นมาทันที
หล่อนเห็นก็คิดในใจ นายหญิงใหญ่คนนี้... หรือจะชอบองค์ชายใหญ่จริง ๆ นะ?
"ว่าแต่ ร้านอาหารพระจันทร์ใหม่นี่โครงสร้างซับซ้อนจัง ฉันเพิ่งเดินหลงทาง เดินไปถึงบันไดโดยไม่รู้ตัว เกือบถูกคนถือไม้สองคนทำให้ตกใจ" เยี่ยซวงทำหน้าตกใจยังไม่หาย พูดบ่นอย่างแสร้งทำเป็นกลัว
"ข้างบนเป็นหอเก็บสมบัติ ของมีค่าสำหรับการประมูลครั้งนี้ล้วนอยู่บนนั้น เรื่องการรักษาความปลอดภัยจึงเข้มงวดเป็นพิเศษ"
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง"
หงซินเยว่รู้สึกว่าเล่นไปพอแล้ว จุดประสงค์ของตัวเองก็สำเร็จแล้ว จึงคิดจะลากลับ "คุณหนู อีกเดี๋ยวฉันยังมีธุระ ขอตัวก่อนนะ"
"อ้าว? กลับแล้วเหรอ" ใบหน้าเยี่ยซวงเต็มไปด้วยความเสียดาย
หล่อนยังหาเงินไม่พอเลย!
หงซินเยว่อารมณ์ดี เดินเอ่ยปากแบ่งชิปในมือให้หล่อนอย่างใจกว้าง "คุณหนูเล่นไปเรื่อย ๆ เถอะ ไว้มีโอกาสหน้าค่อยมาเล่นกันให้สนุกอีก"
หล่อนเห็นว่าพอแล้ว "งั้นก็ได้"
ตอนเย็น ทั้งสามคนมารวมตัวกันที่ห้องขององค์ชายใหญ่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่แต่ละคนสืบมา
เงินทำให้คนดูดี เยี่ยซวงทั้งตัวแดงปลั่ง เปี่ยมไปด้วยพลัง มีชีวิตชีวาจนทั้งสองคนดูตะลึง
ฉีเถี่ยจุ้ยตื่นเต้น "ฟึ่บ" ลุกขึ้นยืน ร้องออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ "เท่าไหร่! เธอพูดอีกทีสิ"
"สิบเท่าไง"
"เฮ้ย!" ฉีเถี่ยจุ้ยทำหน้าอับอาย พูดอย่างเสียดายมาก "รู้งี้ไปกับเธอด้วยตั้งแต่แรกแล้ว พลาดโอกาสทอง พลาดโอกาสทอง..."
"พอเถอะ แปดเอี๊ยว เอ้า หรือเธอลองคิดหาทางหนีหูของสาวใช้ฟังข่าวพวกนั้นไปขึ้นไปห้ายาบนนั้นดีกว่า"
"ได้ยินว่าร้านอาหารพระจันทร์ใหม่จ้างคณะงิ้วชื่อดังที่สุดของปักกิ่งมา พวกเราสามารถใช้เสียงงิ้วกลบเสียงให้คนฟังไม่ทันได้ เอานี่ องค์ชายใหญ่ ใบเลือกบทละคร"
จางฉีซานรับมาส่ายตามอง "บทพวกนี้เธอคุ้นไหม"
"เฮ้ย องค์ชายใหญ่ ท่านก็รู้จักฉันดี ฉันไม่ค่อยได้เข้าร้านงิ้วด้วยซ้ำ..."
"ให้ฉันดูสิ" เยี่ยซวงยื่นมือออกไปเอง "ฉันถือเป็นสาวกตัวยงเลยแหละ บทส่วนใหญ่เคยฟังมาก่อน"
หล่อนรับสมุดบทละครมาดูอย่างละเอียด ก็ได้ความคิดขึ้นมาทันที "เลือกมู่เค่อไจ้เถอะ"
จางฉีซานพยักหน้าเล็กน้อย "แปดเอี๊ยว ฝาแฝดสองดอกนั้นเป็นคนชอบความหรูหรา เธอหาทางให้พวกหล่อนเลือกบทนี้สิ พอกลองดังขึ้น ฉันจะอาศัยจังหวะกลองลงมือ ไม่น่าจะถูกจับได้"
"ฝาแฝดสองดอก?" เยี่ยซวงไม่เข้าใจ
"อ๋อ พวกหล่อนเป็นพี่น้องฝาแฝด ดอกไม้คู่กัน มักจะมาสนุกสนานกับผู้ชายรวย ๆ" ฉีเถี่ยจุ้ยอธิบายอย่างจริงจัง
เยี่ยซวงสนใจ "อ้อ? งั้นก็ต้องเป็นสาวงามแน่ ๆ"
"ความงามนั้นต้องบอกว่าเป็นรองใครไม่ได้ เธอไม่เห็นหรอก ตอนพูดจาเย้ายวนนั้น ฟังแล้วคนทั้งตัวอ่อนยวบ"
"แปดเอี๊ยว แค่มองอยู่ข้าง ๆ ก็โดนหล่อนสะกดแล้วเหรอ"
"ไม่เอาไม่เอา ความงามของนางพญายากนัก ฉันเป็นแค่หมอดูจน ๆ จะไปไหวได้ยังไง แต่องค์ชายใหญ่ต่างหาก ท่านต้องระวังตัวไว้หน่อย อย่าโดนพวกหล่อนจับตามองเข้าล่ะ"
"องค์ชายใหญ่ก็โดนคนจับตามองอยู่แล้ว"
จางฉีซานขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียดหันไปมองหล่อน "ใคร"
"นายหญิงใหญ่คนนั้นไง ดูเหมือนหล่อนจะสนใจท่านอยู่ไม่น้อย"
"เก่งจริงนะ องค์ชายใหญ่" ฉีเถี่ยจุ้ยตบไหล่เขา แล้วแนะนำอย่างกวนประสาท "หรือท่านพยายามหน่อย พานายหญิงใหญ่มาครองซะ เราจะได้ไม่ต้องลำบากหาหยาให้เหนื่อย"
จางฉีซานถลึงตาใส่ "อย่าพูดไร้สาระ"
"นี่จะไร้สาระได้ยังไง ได้ทั้งยา ได้ทั้งเมีย หนึ่งเดียวได้สองอย่าง"
จางฉีซานยิ้มอย่างใจดี เข้าไปใกล้ "ฉีเหล่าโป ถ้าแกยังพูดไร้สาระอีก ฉันจะเย็บปากแกซะ"
ฉีเถี่ยจุ้ยจึงเงียบไป แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างอารมณ์ดี "ล้อเล่นน่า องค์ชายใหญ่ อย่างน้อยปากฉันก็ยังมีประโยชน์ ไม่งั้นพรุ่งนี้ใครจะไปเผยแพร่ข่าวล่ะ ท่านว่าไหม"
"แกนี่นะ" จางฉีซานส่ายหัว ยิ้มจนจนใจ
