หลี่หย่งอันกลับมาเร็วหน่อย ยังซื้อกับข้าวไม่น้อยกลับมาด้วย ทำอาหารเสร็จแล้ว
หลี่เจาหนิงกับจางอวิ๋นอิงรอจนฟ้ามืดถึงกลับมา ตอนกินข้าว จางอวิ๋นอิงถามหลี่หย่งอันเรื่องงาน
“เหมือนที่พี่จางบอก สองร้อยแปดสิบต่อวัน รวมข้าวเที่ยง วันนี้ทำไปหนึ่งวันแล้ว” หลี่หย่งอันพูด
“เป็นบ้านคนส่วนตัวหรือของรัฐสร้างอะไร?”
“เป็นนายจ้างเอกชนคนหนึ่ง สร้างไม่ใช่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นโรงงานแปรรูปมันหวาน”
จางอวิ๋นอิงรู้สึกร้อนใจขึ้นมา สร้างโรงงานแปรรูปมันหวานจะรับมันหวานจากรายย่อยด้วยหรือเปล่า?
หลี่หย่งอันเห็นสีหน้าเมียปุ๊บก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่ สาดน้ำเย็นใส่ทันที
“อย่าไปคิดเลย ต่อให้เถ้าแก่คนนั้นรับมันหวานจากรายย่อย มันหวานที่ปลูกในที่นาดินแข็งของเราก็ไม่มีทางรับ ถึงเขาจะรับก็รับแต่มันหวานที่ปลูกในดินทราย”
“อีกอย่าง บ้านเราไม่มีเงินกักตุนของ พวกของที่ปลูกได้ในนาต้องทำสุกเองแล้วเก็บไว้”
จางอวิ๋นอิงถอนหายใจ ก้มหน้ากินข้าว เป็นเธอที่คิดไปเอง นึกว่ายังพึ่งพาการปลูกพืชหาเงินได้อีก
พ่อแม่กำลังคุยกัน หลี่เจาหนิงไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ เธอนึกถึงของอีกมากมายที่ต้องซื้อมากักตุน ไม่มีเงินไม่ได้
แค่ลำพังค่าจ้างของพ่อคนเดียว ไม่พอเลย
เธอต้องหารายได้เสริมอะไรสักอย่าง ต่อให้เดือนหนึ่งหาได้พันเดียวก็ซื้อของได้ไม่น้อยแล้ว
เช่นพวกเกลือน้ำมันพวกนี้
“จริงสิ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันลืมบอกพวกเธอ” หลี่หย่งอันกวาดข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก ใช้มือปาดปากเงยหน้ามองสองแม่ลูก
