หลี่เจาหยางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หยิบมือถือขึ้นมาค้นหาชนิดของไดโนเสาร์ อยากให้พี่สาวลองดูว่าไดโนเสาร์ที่เธอเห็นเป็นพันธุ์ไหน
แต่พอค้นหาเสร็จ ก็มีหน้าต่างถามตอบเด้งขึ้นมา แถมยังเป็นแบบที่ปิดไม่ได้ด้วย
เขามองคำถามนั้น เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผาก
คำถามนี้กำลังถามว่าเขาสนใจไดโนเสาร์ หรือมีความจำเป็นต้องสืบค้นเรื่องไดโนเสาร์
นี่ไม่ใช่แบบสำรวจทั่วไปแน่
แต่มันคือการเฝ้าติดตามว่าใครกำลังค้นหาคำที่เกี่ยวกับไดโนเสาร์
เขารีบปิดมือถือ
หลี่เจาหนิงชำเลืองมองผ่าน ๆ ก็เห็นท่าทีตื่นตระหนกของน้องชาย
“น้องชาย เป็นอะไรไป”
หลี่เจาหยางเล่าเรื่องคำถามที่เจอตอนค้นหาคำว่าไดโนเสาร์ให้ฟัง
พอหลี่เจาหนิงฟังจบ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
คุณแม่หลี่คุณพ่อหลี่ไม่เข้าใจเรื่องอินเทอร์เน็ต เห็นสีหน้าลูกชายลูกสาวเหมือนกำลังเจอศึกหนัก ใจก็พลอยกังวลขึ้นมา
“หยางหยาง แบบสอบถามนี้ไม่ปกติมากหรือ”
หลี่เจาหยางพยักหน้า แล้วอธิบายเรื่องการตรวจสอบเครือข่ายให้พวกท่านฟังง่าย ๆ
คราวนี้คุณพ่อหลี่คุณแม่หลี่ยิ่งกังวลหนัก
“จะมีใครมาตามหาแกไหม หยางหยาง” คุณแม่หลี่ร้อนรนจนเดินวนไปมา
หลี่เจาหยางส่ายหัว “ไม่รู้ครับ”
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดหวั่นของคนในครอบครัว หลี่เจาหนิงก็เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว อย่างมากก็แค่ถูกแกะรอยเจอตัว มิติของเธอถูกเปิดเผย แล้วก็ต้องเป็นคลังสินค้าเคลื่อนที่ให้ทางการ
แค่เจรจาเงื่อนไขให้ดี นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร
พอคิดได้แบบนั้น ใจก็สงบลง ปลอบคนในครอบครัวว่า “ไม่ต้องกังวล อำนาจในการตรวจสอบระดับนี้คงไม่มีใครนอกจากทางการหรอก ถึงจะถูกจับได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องร้ายเสมอไป”
