“เสี่ยวเซี่ย ชุดใหม่ของเธอล่ะ วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก จะใส่แบบนี้ไปได้ยังไง นั่นเป็นมหาวิทยาลัยนะ ต้องสร้างความประทับใจแรกให้เพื่อนร่วมชั้น ใส่ซอมซ่อไปเขาจะดูถูกเอา”
หลินอาชิ่วรีบไปดูนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้จะไปซื้อก็ไม่ทันแล้ว เธอไม่ควรปล่อยให้ลูกสาวไปร้านตัดเสื้อคนเดียว เด็กน้อยอย่างเธอจะไปรู้เรื่องผ้าหรือแบบไหนได้ยังไง ช่างตัดเสื้อคงหลอกเธอแน่ ๆ แล้วเธอก็ไม่กล้าบอกตัวเอง
เจียงหลินเซี่ยกำลังจัดกระเป๋านักเรียน โดยไม่เงยหน้าขึ้นมา “หนูไปเรียนหนังสือ ไม่ได้ไปประกวดนางงาม จะห่วงว่าเขาดูถูกหรือไม่ดูถูกทำไม ชุดไปรับกลับมาแล้วเมื่อวาน เดี๋ยวก็เปลี่ยน”
“รับกลับมาแล้วเหรอ ทำไมแม่ไม่เห็น” หลินอาชิ่วรีบเร่ง “รีบไปเอามาให้แม่ดูเร็ว”
เจียงหลินเซี่ยลุกขึ้นกลับเข้าห้องไปหยิบชุดออกมาให้เธอดู หลินอาชิ่วงเข้าไปดูก็ขมวดคิ้วทันที จะเป็นแบบไหนเธอก็หมดอารมณ์จะดูแล้ว แค่สีนี้ก็ไม่ได้แล้ว
“สีนี้ทำไมเหมือนสีเมล็ดแอปริคอตแห้งเลย เธอเพิ่งจะอายุเท่าไหร่ ควรเลือกสีสดใสหน่อย ร้านตัดเสื้อไหนทำกันแบบนี้ กลั่นแกล้งคนชัด ๆ เลือกสีแบบนี้ให้เด็กสาว ไม่กลัวฟ้าผ่าตายหรือไง!”
“หนูเลือกสีเอง” เจียงหลินเซี่ยคลี่ชุดฉีผ่าสีน้ำตาลอ่อนเนื้อลินินออก “สีเรียบง่ายไม่ฉูดฉาด ทรงก็หลวมสบาย”
หลินอาชิ่วรู้สึกแย่ไปทั้งตัว ถอนหายใจไม่หยุด “ลูกแม่เอ๊ย เธอเพิ่งสิบเจ็ดเองนะ ไปชอบแนวนี้ได้ยังไง ดูสาวคนอื่นในเขตทหารสิเขาใส่ชุดอะไรกัน เดรส กางเกงยีนส์ สีแบบเธอนี่ยายแก่ในหมู่บ้านยังไม่ยอมใส่เลย!”
เจียงหลินเซี่ยยิ้มโดยไม่โต้แย้ง “แม่ หนูเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”
หลินอาชิ่วยังคงถอนหายใจอยู่ จู่ ๆ หน้าก็บังเกิดเสียงแตรรถ เธอรีบเดินออกไป ก็เห็นเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังค่อย ๆ พยุงลู่ลิ่งลงจากรถ
