“คุณจี้หมายความว่ายังไง?” เจียงหลินเซี่ยยิ้มมองเขา แต่แววตากลับเย็นชาน่าหวาดกลัว
เธอต้องยอมรับว่าจี้หวยลี่จัดการได้อย่างแยบยล ลงไปแก้ที่ต้นตอของปัญหาโดยตรง ต่อให้เธอจะก่อเรื่องขึ้นมาเองก็คงไม่มีทางสั่นคลอนอะไรได้
“เสี่ยวเซี่ย เธออย่าเป็นแบบนี้เลย เกิดความผิดพลาดที่สถานีบริจาคเลือดครั้งนี้ ฉันในฐานะผู้รับผิดชอบก็ต้องมีส่วนด้วย ฉันจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา รายละเอียดทั้งหมดก็ได้อธิบายให้ผู้ปกครองเด็กฟังแล้ว เรียกเธอมาเพื่อคุยรายละเอียดเฉพาะด้าน เธอเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของเสี่ยวหู การรับรู้เรื่องนี้ก็ไม่เกินขอบเขต ฉันจะไม่ปิดบังอะไรทั้งสิ้น และจะทำหน้าที่ดูแลเยียวยาให้ดีแน่นอน ค่ารักษาพยาบาลของแม่ลูกสองคนนี้ ค่าอาหารบำรุง รวมถึงการดูแลฟื้นฟูภายหลัง พวกเราจะติดตามดูแลให้จนสุดทาง แบบนี้เธอพอใจไหม?” จี้หวยลี่พูดด้วยสีหน้าจริงใจ
เจียงหลินเซี่ยหมุนปากกาในมืออย่างคล่องแคล่ว พอฟังเขาพูดจบ มือก็หยุดหมุนกะทันหัน แล้วยิ้มมองหลี่ชิวหง “เสี่ยวหูเป็นลูกของเธอ เธอต่างหากที่เป็นผู้ปกครอง คุณควรถามเธอ ไม่ใช่ฉัน” พูดจบก็หันไปทางหลี่ชิวหง “คุณแม่เสี่ยวหู พวกเขาให้สัญญาอะไรกับคุณบ้าง?”
หลี่ชิวหงหน้าซีดเผือดด้วยความละอาย ไม่กล้าสบตาเจียงหลินเซี่ย รู้สึกเหมือนตัวเองหักหลังเธอ การที่เสี่ยวหูขายเลือดนั้นเธอไม่รู้เรื่องเลย ถ้าวันนี้จี้หวยลี่ไม่พาคนมาหาที่โรงพยาบาล เธอก็ยังถูกปิดหูปิดตา
