“ฉันกลับมาแล้ว!” ยามเย็น ซูเม่ยเอ๋อร์กลับมาถึงบ้าน
เธอเดินเข้าห้องรับแขกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทั้งร่างราวกับแสงตะวันที่เคลื่อนที่ได้ ความไร้เดียงสาของเธอส่งต่อไปถึงคนรอบข้าง ทำให้คนอื่นพลอยหมดกังวลไปด้วย
จ้าวถิงถิงยิ้มพลางพูดว่า “เม่ยเอ๋อร์ กำลังพูดถึงเธออยู่พอดี เธอก็กลับมาแล้ว”
ซูเม่ยเอ๋อร์วิ่งไปนั่งข้างจ้าวถิงถิงบนโซฟา ก่อนจะกอดแขนเธอไว้ “พี่ถิงถิง คิดถึงฉันบ้างไหม?”
จ้าวถิงถิงยิ้มแล้วลูบแก้มเธอ “คิดถึงสิ คิดถึงเม่ยเอ๋อร์ของเราทุกวันเลย”
ซูเม่ยเอ๋อร์หันไปมองเฉินหยางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “เสี่ยวหยาง นายคิดถึงฉันบ้างไหม?”
เฉินหยางยื่นมือไปบีบแก้มเธอเบา ๆ “คิดถึงสิ ต้องคิดถึงอยู่แล้ว! พ่อแม่กับคุณปู่สบายดีไหม?”
ซูเม่ยเอ๋อร์หันตัวแล้วพิงไหล่เขา “ทุกคนสบายดี คุณปู่กินข้าวได้เยอะขึ้นมาก กินมากกว่าฉันอีก ฉันอยู่บ้านสองวัน พ่อก็บอกให้รีบมาหานาย ฉันเลยกลับมาแล้ว”
จ้าวถิงถิงหัวเราะอยู่ข้าง ๆ “พ่อเธอนี่ผลักไสเธอออกจากบ้านเลยนะ”
ซูเม่ยเอ๋อร์ก็หัวเราะด้วย “เขาไม่ได้ผลักไสฉันหรอก เขาหมายตาเสี่ยวหยางเป็นลูกเขยแล้วต่างหาก”
หวังเซียงหลานโผล่หน้าออกมาจากห้องครัว “เม่ยเอ๋อร์กลับมาแล้วเหรอ? ดีเลย อีกเดี๋ยวก็ได้กินมื้อเย็นแล้ว!”
มื้อเย็นวันนี้ทุกคนพูดคุยกันมากกว่าปกติ บรรยากาศครึกครื้นกว่าเดิม
ลุงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งประธานมองซูเม่ยเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้ม “เม่ยเอ๋อร์กลับบ้านเดิมไปสองวัน บ้านก็เงียบเหงาไปสองวัน ตอนนี้กลับมาคึกคักอีกแล้ว!”
ซูเม่ยเอ๋อร์รับคำ “ลุงใหญ่ ตอนฉันไม่อยู่ ลุงคิดถึงฉันบ้างไหม?”
ลุงใหญ่หัวเราะร่า “คิดถึงทุกวันเลย! ไม่มีใครคุยเป็นเพื่อน น่าเบื่อจะแย่”
ทุกคนต่างยิ้มแย้ม
หลี่เหมยคีบกับข้าวให้ซูเม่ยเอ๋อร์ “เม่ยเอ๋อร์ กินเยอะ ๆ หน่อย”
ทุกคนพูดคุยหัวเราะกัน ไม่นานก็รับประทานอาหารเสร็จ ซูเม่ยเอ๋อร์ช่วยหวังเซียงหลานเก็บชามตะเกียบ
ตกกลางคืน ซูเม่ยเอ๋อร์ลากเฉินหยางเข้าไปในห้องของตัวเอง ไม่ได้เจอกันวันเดียวก็ราวกับห่างกันสามฤดู ทั้งคู่จึงเปิดศึกกันอีกหลายยก กว่าจะกอดกันหลับก็ปาเข้าไปตีสาม
หกโมงเช้า เฉินหยางกับซูเม่ยเอ๋อร์ก็ออกจากบ้าน
