"เพี๊ยะ!"
เสียงฝ่ามือกระแทกหลังมืออย่างแรงทำเอาเจียงหลินสะดุ้งโหยง นึกว่าหมัดดาวหางตกมาจากไหน
นี่มัน...
ตรงหน้าเตียงคนป่วย ถังเยว่กับกู้สิงจือยืนจับมือกันแนบแน่นด้วยสายตาเปี่ยมรัก
ถังเยว่ยังคงเชิดหน้าชูคอสมกับท่วงท่าเดิม
มองผู้คนราวกับเทวดามองลงมาจากสวรรค์ชั้นเก้า
"เจียงหลิน นายทำฉันเสียเวลาไปทั้งชีวิต ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นนายตื๊อไม่เลิก ทำลายชื่อเสียงฉัน
บีบบังคับแต่งงาน ใช้อำนาจพ่อที่เป็นผู้ใหญ่บ้านยัดเยียดให้ฉันแต่งกับนาย
ฉันคงได้อยู่กับสิงจืออย่างมีความสุขไปนานแล้ว นายทำให้เราเสียเวลาไปตั้งหลายปี
แต่ยังดีที่นายช่วยเลี้ยงลูกสองคนให้สิงจือจนโต
แล้วยังยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ลูกสองคน นับว่านายชดใช้ให้ครอบครัวเราสี่คนแล้ว
คราวนี้ฉันจะยกโทษให้"
เจียงหลินกระอักเลือดออกมาคำใหญ่
เครื่องมือแพทย์ข้าง ๆ ส่งเสียงร้องแหลมเสียดแก้วหู
"แล้ว... สอง... คนนั้น... มัน... เป็น... ลูกของกู้สิงจืองั้นเหรอ?"
"ใช่! ตั้งแต่แรกแล้วที่เด็กสองคนนั้นเป็นลูกของสิงจือ
ฉันจะไปยอมมีลูกให้นายได้ยังไงกัน?"
"นายก็ดูตัวเองสิ แค่มัธยมปลายยังเรียนไม่จบ
นายมันคู่ควรตรงไหนให้ฉันถังเยว่มีลูกมีเต้าให้ ทุกครั้งที่อยู่กับนายฉันสะอิดสะเอียนจะอ้วก
ในที่สุดวันนี้ฉันก็ได้อยู่กับคนที่ฉันรักแล้ว"
ถังเยว่คล้องแขนกู้สิงจือด้วยความรักใคร่
"สิงจือ ในที่สุดเราก็ได้อยู่ด้วยกัน"
"ตี๊ด..."
เส้นกราฟบนหน้าจอเครื่องมือยืดตรงเป็นเส้นเดียวอย่างสมบูรณ์
เจียงหลินนอนตาค้างหมอน ดับอนาถตาไม่ยอมหลับ
ลูบอกตัวเองเบา ๆ ความรู้สึกตอนหัวใจหยุดเต้นกระทันหันยังตามมาหลอกหลอนจนเสียวสันหลัง
นี่เราตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
นี่มัน...
"เจียงหลิน นายจะมารำคาญอะไรอีก? ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่ใช้เงินนาย
ฉันกินข้าวเองได้!
บอกไว้ก่อนเลยนะ ถึงนายจะเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน นายก็มาบังคับให้ฉันรับน้ำใจเน่า ๆ ของนายไม่ได้หรอก ฉันน่ะไม่มีทางชอบนาย
เราสองคนไม่มีทางเป็นไปได้!"
เจียงหลินเงยหน้าขึ้นมาทันที เพิ่งจะรู้ตัวว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือถังเยว่
ถังเยว่ตรงหน้าใบหน้าเต่งตึงไปด้วยคอลลาเจน มัดผมหางม้า
เสื้อเชิ้ตลายดอกเล็กสีชมพูที่แขนเสื้อกับศอกมีรอยปะเต็มไปหมด
กำลังมองเขาด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์
ท่วงท่าเย่อหยิ่งโอหังนั้นซ้อนทับกับภาพตรงหน้าเตียงผู้ป่วยในความทรงจำสนิท
เจียงหลินถึงได้รู้สึกตัวว่าสิ่งที่ตัวเองถืออยู่ในมือคือคูปองค่าอาหาร
กวาดตามองไปรอบ ๆ
รอบด้านคือโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งอำเภอที่คุ้นเคย
เพื่อนร่วมชั้นทุกคนมองเขาเหมือนดูละครตลก สีหน้ากึ่งยียวนกึ่งสมเพช
ทุกใบหน้าล้วนทั้งคุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเยาว์วัย
ถังเยว่ถือกล่องข้าวใบหนึ่ง ในกล่องมีกับข้าวเนื้อผัดกับซาลาเปาใหญ่ขาวนวลฟูสองลูก
พ่อครัวใหญ่เหล่าเว่ยจากโรงอาหารยืนอยู่ด้านหลังถังเยว่ มองเขาด้วยแววตาทั้งเอือมระอาและเวทนา
นี่มันคือโรงเรียนตอนที่เขาอยู่มอปลายปีสามชัด ๆ
หรือว่า?
ฟ้าให้โชคดีขนาดนี้เลยเหรอ?
ย้อนกลับมาอายุสิบแปด?
ภาพนี้คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
เขา ถังเยว่ และเด็กมอปลายอีกหลายคนในหมู่บ้าน ต่างก็มาเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งอำเภอ
เขากับถังเยว่อยู่ห้องเดียวกัน
บ้านถังเยว่คือครอบครัวยากจนขึ้นชื่อของหมู่บ้าน ส่วนบ้านเขามีพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน แม่เป็นกรรมการสตรีหมู่บ้าน
ชีวิตความเป็นอยู่ก็เลยดีเยี่ยม
เพื่อเอาใจถังเยว่ ถึงขั้นเพื่อให้สาวที่หมายปองไม่ต้องรู้สึกขายหน้า เขาทุ่มสุดตัวทำตัวเป็นหมาจ๋าขั้นเทพ
ทุกครั้งที่พวกเขาไปกินข้าวโรงอาหาร เขาเป็นคนจ่ายเงินให้ถังเยว่ตลอด
แต่ถังเยว่ทุกครั้งที่เจอเขาก็ทำหน้าบึ้งตึง เอาความหน้าซื่อใจคดไปใช้ซะสุดขั้ว
ต่อหน้าคนอื่นทำเป็นรังเกียจแขยงขยะแขยงที่เขาออกเงินจ่ายให้
แต่สุดท้ายก็ทำท่าลังเลฝืนใจกินข้าวที่เขาจ่ายเงินซื้อให้จนเกลี้ยง
ในสายตาทุกคน เขา เจียงหลิน ก็คือควายโง่ยักษ์
ต่อให้ถูกปฏิเสธเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ก็ยังรักถังเยว่เหมือนรักแรกพบไม่เปลี่ยน
ตอนนี้เห็นถังเยว่ที่ยังสวยงามไม่เปลี่ยน เจียงหลินกลับมีแววตาเย็นชาวาบ
คิดไม่ถึงว่าสวรรค์จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง ให้ย้อนกลับมาใช้ชีวิตตอนเป็นหมาจ๋าได้อีก
คราวนี้ ถังเยว่ เธอเตรียมรับพายุคลั่งของฉันได้เลย
ถังเยว่มองเจียงหลินอย่างดูถูก
นี่คือกลเม็ดที่เธอใช้เป็นประจำ เธอจะให้ทุกคนรู้ว่า
ถังเยว่เธอน่ะหาใช่ใครหน้าไหนมาประจบเอาใจแล้วจะรับง่าย ๆ
ทุกครั้งเธอต้องทำให้เจียงหลินขายหน้าต่อหน้าคนอื่น อ้อนวอนอยู่หลายตลบถึงจะยอมรับน้ำใจของเจียงหลิน
เธอคือคุณหนูประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งอำเภอนะ
"เจียงหลิน นายน่ะลูกผู้ชายมีศักดิ์ศรีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง!
เขาถังเยว่ไม่แลนายเลยด้วยซ้ำ นายยังจะทะลึ่งไปทุกครั้ง ร้อนรนจะจ่ายค่าข้าวให้ถังเยว่"
"นายยังจะเป็นผู้ชายอยู่ไหมเนี่ย?"
"นายนี่มันขายขี้หน้าผู้ชายหมดเลย"
"ฉันว่านายน่ะพอเหอะ ถังเยว่เขาเป็นคุณหนูประจำมหาวิทยาลัยของโรงเรียนเราเชียวนะ จะไปชอบนายได้ยังไง?"
"ทำไมไม่ส่องกระจกดูเงาตัวเองบ้าง ดูนิสัยนายนั่นมันคู่ควรกับถังเยว่ตรงไหน?"
"ก็มีแต่กู้สิงจือกับถังเยว่นั่นล่ะที่เหมาะสมกันราวสวรรค์สรรสร้าง ส่วนนายไอ้คางคกเขียวหวังจะกินเนื้อหงส์ จะทะลึ่งกลางวงเขาทำไม?"
เสียงเยาะเย้ยถากถางจากรอบทิศพากันถาโถมเข้าใส่
เจียงหลินฟังแล้วไม่สะทกสะท้าน
เขาคนที่มีชีวิตมาแล้วเจ็ดสิบปี จะต้องมาเสียความมั่นใจเพราะคำซุบซิบแค่นี้ได้ยังไง
ถังเยว่มองเจียงหลินตาเขม็ง กำลังนับเลขอยู่ในใจ หลงใหลกับความรู้สึกเหนือกว่าเหยียบเจียงหลินไว้ใต้ฝ่าเท้า
ขณะเดียวกันก็กำลังคำนวณว่าเจียงหลินจะเปิดปากอ้อนวอนเมื่อไหร่
ลูกผู้ใหญ่บ้านแล้วยังไง ก็ไม่ใช่ถูกเธอเหยียบไว้ซะอยู่หมัดหรือ
ถังเยว่เคลิบเคลิ้มกับความรู้สึกถูกเชิดชูอยู่เหนือผู้อื่น
เจียงหลินยังคงเงียบกริบเหมือนครั้งก่อน
เจียงหลินกำคูปองค่าอาหารในมือแล้วดึงมือกลับ
ก้าวไปข้างหน้ายืนตรงข้างถังเยว่
ถังเยว่ยกยิ้มมุมปากสูงลิ่ว ก็รู้ว่าเจียงหลินยังหน้าไม่อายเหมือนเดิม
เธอทารุณเขามาเป็นพันครั้ง เจียงหลินก็ยังไม่ปริปากบ่นไม่ถอย
หัวเราะเย็นแล้วพูดว่า
"เจียงหลิน ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ใช้เงินนาย
ใจเด็ดไม่อ่อนตามแรงบังคับ ร่ำรวยมาก็ไม่ทำให้จิตเสีย นายอย่าคิดว่าใช้เงินสกปรกพวกนั้นแล้วจะเอาชนะใจฉันได้
ฉันไม่มีทางชอบนาย"
ทันใดนั้นก็มีเสียงเย็นเฉียบของเจียงหลินดังขึ้น
"เหล่าเว่ย กับข้าวเนื้อหนึ่ง ว่าแต่วันนี้มีซาลาเปาไส้หมูไหม?
มีก็เอาซาลาเปาไส้หมูอีกแปดลูก"
สิ้นเสียง ถังเยว่ก็กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
ในใจดีใจ เจียงหลินถึงแม้จะไม่อ้อนวอนขอคืนดี
แต่ซาลาเปาไส้หมูแปดลูกที่เจียงหลินสั่งนั่นคือของโปรดของเธอชัด ๆ
โรงอาหารโรงเรียนทำซาลาเปาไส้หมูแค่สัปดาห์ละครั้ง และยังมีจำนวนจำกัด ฝีมือเหล่าเว่ยนี่เด็ดนัก ซาลาเปาไส้หมูทำออกมาเรียกว่ายอดเยี่ยม
แต่เพราะซาลาเปาไส้หมูลูกละห้าสิบเซนต์ เด็กธรรมดาหมดสิทธิ์กิน มีแต่เจียงหลินที่มีพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น
และก็เป็นเจ้าเดียวในโรงเรียนที่ซื้อซาลาเปาไส้หมูได้ทุกครั้ง เจ้าควายโง่ยักษ์
ปกติเจียงหลินจะซื้อซาลาเปาไส้หมูแปดลูก แล้วยกให้เธอหกลูก
เห็นแก่ที่วันนี้เจียงหลินซื้อซาลาเปาไส้หมูให้ เธอตัดสินใจจะไม่กดดันเจียงหลินอีก