“ลูกสอง พี่ใหญ่กับน้องสามพูดไม่ผิด บ้านเรายังไม่ได้แยกครอบครัว เงินก้อนนี้เป็นของทุกคน
จะให้เราไม่ต้องกินต้องอยู่ เพียงเพื่อแกคนเดียวไม่ได้หรอก”
แม่จางถึงได้ยอมเปิดปากพูด
“แม่ หมายความว่ายังไงครับ? แม่จะไม่รักษามือให้ผมแล้วหรือ?”
จางโหย่วไฉ่ตาแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาเคยคิดว่าแม่รักพี่ใหญ่กับน้องสามมากกว่าตัวเองอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างไรเขาก็คิดเสมอว่าตัวเองเป็นลูกแท้ ๆ ของแม่ ต่อให้แม่รักเขาน้อยกว่า มือก็ยังเป็นมือ เท้าก็ยังเป็นเท้า ล้วนเป็นเนื้อหนังของแม่ทั้งนั้น คงไม่ถึงกับไม่เห็นเขาเป็นลูกแท้ ๆ หรอก
แต่ตอนนี้เขาถึงเพิ่งรู้ว่า นอกจากตอนที่เขาเอาเงินกลับบ้านแล้วแม่จะดีใจ ปกติแม่ปฏิบัติต่อเขาต่างจากพี่ใหญ่กับน้องสามมากเหลือเกิน
“ลูกสอง ในเมื่อมือแกไม่มีหวังจะรักษาให้หาย ต่อให้รักษาหายก็คงต้องพิการอยู่ดี
จะเสียเงินเปล่าไปทำไม? นั่นไม่เท่ากับเอาเงินไปทิ้งหรือไง?
ที่บ้านเราก็ไม่ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีนัก
แกเองก็รู้ว่าไม่มีลูกชายสักคน
ถ้าต่อไปพิการขึ้นมา ก็ต้องให้หลานชายบ้านพี่ใหญ่กับน้องสามช่วยเหลือไม่ใช่หรือ
ต่อไปเรายังมีเรื่องให้ใช้เงินอีกตั้งเยอะ หาเงินมาได้แต่ละบาทไม่ง่ายเลย อย่าเอาเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่ายเลย
จะเสียเงินไปเปล่า ๆ ทำไม แกอยู่บ้านพักฟื้นให้ดีเถอะ”
แม่จางเห็นลูกชายตาแดงก่ำ ในใจก็อดสงสารไม่ได้
แต่เมื่อเทียบกับลูกชายคนโตและคนที่สามซึ่งนางรักและตามใจมาตลอด ลูกชายคนรองที่ไม่เคยพูดจาเอาอกเอาใจคนนี้ ยามมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น สัญชาตญาณของนางก็ผลักเขาไปอยู่ลำดับท้ายสุดอย่างเห็นได้ชัด
