ชานเมืองทางใต้ของเมืองหลวง
เจียวเจียวถูกเฉียวจงกั๋วโอบอุ้มไว้ในอ้อมกอด ทุ่งดอกขุยขุยที่กว้างสุดลูกหูลูกตาทำให้นางทึ่งจนอ้าปากค้าง
กว้างใหญ่ยิ่งนัก!
ด้วยร่างเด็กน้อยเช่นนี้ รู้สึกประหนึ่งว่าหากก้าวเข้าไปในทุ่งดอกขุยขุยแล้ว จะไม่มีวันหาทางออกมาได้อีก...
เฉียวจงกั๋วขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าจิตใจมิได้อยู่กับทิวทัศน์ตรงหน้า
เจียวเจียวสัมผัสได้ถึงร่างอันตึงเครียดของบิดาตนเอง เงยหน้าขึ้นยิ้มปลอบ “ท่านพ่อวางใจเถิด ไม่มีอันใดเกิดขึ้นแน่”
เฉียวจงกั๋วได้ยินดังนั้นจึงเอาคางถูที่ศีรษะน้อยๆ ของเจียวเจียวเบาๆ พยักหน้ายิ้ม
“ท่านพ่อมิได้กังวล เพียงแต่รู้สึกถอนใจยิ่งนัก ตระกูลเฉียวของเรากับเสิ่นหยวนไป๋ต่อสู้กันตั้งแต่แคว้นข่งไห่โหย่วจนถึงหนานหลี วันนี้ในที่สุดก็จะได้พบหน้ากันอย่างเปิดเผยเสียที”
เฉียวเทียนจิงที่อยู่ข้างๆ ได้ฟังก็มีสีหน้าซับซ้อน พยักหน้าตาม
ท่านอาฉียวมิได้มีจิตใจซับซ้อนมากมายเช่นนั้น อย่างไรเสียชาตินี้แม่ทัพชี้ไปทางใดเขาก็จะบุกไปทางนั้น เรียบง่ายนัก
ขณะที่ท่านอาฉียวกำลังคิดเช่นนี้ เงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าในยามกลางวันแสกๆ จู่ๆ ก็มีบุรุษชุดดำยี่สิบกว่าคนปรากฏตัวขึ้นแต่ไกล ตรงกลางสุดเป็นบุรุษหนุ่มในชุดขาว หน้าตาคมคายงามสง่า ดึงดูดสายตายิ่งนัก ผู้นั้นคือเสิ่นหยวนไป๋!
“ท่านแม่ทัพ คนมาแล้ว!” ท่านอาฉียวร้องเสียงต่ำ
เฉียวจงกั๋วได้ยินจึงหันหลังกลับทันที คนทั้งสองกลุ่มมองกันอยู่ห่างๆ ท่ามกลางความเงียบงันลอบสำรวจซึ่งกันและกัน
ในเวลานี้เอง เห็นเพียงเสิ่นหยวนไป๋ยกมือขวาขึ้นโบกไปข้างหน้าเบาๆ บุรุษชุดดำด้านหลังเขาพากันชักดาบพุ่งเข้าไป ฝีเท้าว่องไว เจตนาสังหารน่าเกรงขาม!
ท่านอาฉียวเห็นดังนั้นจึงชักดาบยาวที่เอวออกมายืนขวางหน้าเฉียวจงกั๋ว ใบหน้ามิได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อย