เจียวเจียวได้สัมผัสอย่างเต็มอิ่มว่า จะเป็นอย่างไรเมื่อตกลงไปในห้วงบุปผางาม
เบื้องซ้ายคือสะใภ้ใหญ่ เบื้องขวาคือพี่สาวอันหนิง ตรงหน้าคือคุณหนูรองเซียว สามนางพูดคุยสลับกันไป เสียงหัวเราะใสดุจระฆัง กลิ่นหอมกรุ่นราวสายลมวสันต์ ยิ่งทำให้เจียวเจียวเคลิบเคลิ้มงงงวย
ภายใต้การซักไซ้ของทั้งสาม เจียวเจียวเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแคว้นหนานหลี ปากก็เอ่ยปากชื่นชมเมิ่งกูเซวี่ยอย่างยิ่ง ทว่าขณะนั้นบ่าวรับใช้ก็มาเรียนว่า เฉียวจงกั๋วและเฉียวเทียนจิงได้กลับถึงจวนแล้ว
หานหย่าเสียนได้ยินดังนั้น ต่อให้จะข่มใจไว้สุดกำลังแล้วก็ตาม ใบหน้าก็ยังมีไอแดงซ่านออกมา
เจียวเจียวฟังแล้วพลันหุบปากทันที ดวงตาดำขลับคู่นั้นมองไปยังหานหย่าเสียนอย่างเงียบเชียบ
นางมองออกตั้งแต่เมื่อครู่แล้วว่า สะใภ้ใหญ่ใจลอยมิได้อยู่กับเนื้อกับตัว
ขณะนั้น จั่วอันหนิงและเซียวเชียนเยว่ก็ส่งสายตาล้อเลียนไปยังหานหย่าเสียน สองนางยิ้มและสบตากัน
เซียวเชียนเยว่นั้นปากไวใจเร็วจะตาย นางกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อมว่า "พี่หาน จวนตระกูลเฉียวเรามากันจนเคยชินราวกับบ้านตัวเองแล้ว ไม่ต้องให้พี่อยู่เป็นเพื่อนที่นี่ดอก"
"คนเขาว่ากันว่า ห่างกันพักหนึ่งยิ่งกว่าคืนเรือนหอ ไปหาท่านสวามีที่เพิ่งกลับจากทางไกลเถิดเจ้าคะ ไม่แน่ว่าตอนนี้เขากำลังรอหาพี่อย่างใจจดใจจ่ออยู่ก็ได้!"
เซียวเชียนเยว่กล่าวประโยคนี้ออกมา ทำเอาหานหย่าเสียนหน้าแดงซ่านไปทั้งสิ้น
จั่วอันหนิงฟังแล้วกลั้นยิ้มพลางยกมือปิดปาก ปากเช่นนี้ของเชียนเยว่ ใครเจอเข้าก็ยากจะสู้ได้ แต่วันนี้นางเห็นด้วยกับเชียนเยว่