ไท่จื่อมิอาจอยู่ในวังนอกเป็นเวลานาน เมื่อเขาเปิดประตูห้องออกไป สีหน้าก็มิได้แสดงสิ่งผิดปกติใด ๆ
เฉียวเทียนจิงยืนเฝ้าอยู่ไกล ๆ นอกเรือน เห็นไท่จื่อออกมาจึงรีบเข้าไปหา
"องค์ชาย"
ไท่จื่ออุ้มเฉียวเจียวเจียวไว้ด้วยมือขวา มือซ้ายตบไหล่เฉียวเทียนจิงเบา ๆ พลางเอ่ยยิ้ม ๆ
"พี่ใหญ่อย่ากังวล ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว เรื่องสำนักฉือจี้ยังต้องรบกวนให้เจ้าช่วยใส่ใจให้มาก"
เฉียวเทียนจิงได้ยินก็รีบคารวะ "พี่ใหญ่จะสมควรรับคำว่า 'รบกวน' จากองค์ชายได้อย่างไร"
"มา รับตัวน้อยจอมป่วนของบ้านเจ้ากลับไปเถอะ"
น้ำเสียงของไท่จื่อดูสนิทสนมยิ่ง ส่งเฉียวเจียวเจียวกลับคืนสู่อ้อมแขนของเฉียวเทียนจิง
เฉียวเจียวเจียวหันกลับมามองไท่จื่อแวบหนึ่ง แล้วเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างเจ้าเล่ห์
ในแววตาของไท่จื่อแฝงความเขินอายเล็กน้อย กระแอมเบา ๆ แล้วเอามือไขว้หลังเดินจากไปอย่าง "สงบนิ่ง"
ครั้งนี้เฉียวเทียนจิงแอบมาที่จวนติ้งกั๋วกงอย่างลับ ๆ จึงได้แต่ยืนอยู่ที่เดิมมองส่งไท่จื่อจากไป
จนมองไม่เห็นร่างของไท่จื่อแล้ว เฉียวเทียนจิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"ดูท่าแม่นางน้อยของเราจะปลอบใจคนเก่งมากทีเดียว—"
เฉียวเจียวเจียวได้ยินก็หันมามองเฉียวเทียนจิงแล้วหัวเราะพรืดออกมาอย่างอดไม่ได้
"เช่นนั้นต่อไปเจียวเจียวจะเป็นตัวน้อยจอมป่วนของท่านพี่ใหญ่เพียงคนเดียว ดีหรือไม่"
เฉียวเทียนจิงได้ฟังก็อดมิได้ที่จะยิ้มจนตาหยี
"เฮ้อ เรื่องนี้ก็จนใจ ใครใช้ให้น้องเล็กของพี่เป็นที่รักของทุกคนเล่า"
พูดจบ สองพี่น้องก็อดมิได้ที่จะหันมายิ้มให้กัน
เฉียวเทียนจิงกะเวลาแล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน