เจียวเจียวแม่นางน้อยขี้สงสัยรีบเร่งฝีเท้าตามเจ้าเฉียวตี้อี้ ออกห่างจากงานเลี้ยง ทว่าเพียงก้าวพ้นประตูห้องไปไม่นาน ก็ได้ยินวาจาหนักแน่นของเซียวเชียนเยว่ดังแว่วมา
นางชะงักเท้าชะงักกาย พลันปลายจมูกก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา
นางทราบนิสัยของคุณหนูรองเซียวดี การเดินทางสู่แดนเหนือครานี้ คุณหนูรองเซียวต้องคิดหาหนทางไปให้ได้ไม่ว่าวิธีใด ดังนั้นครั้งที่แลกยันต์มา นางจึงคำนวณรวมคุณหนูรองเซียวไว้ตั้งแต่แรก
เดิมคิดว่ากว่าจะพบหน้าคุณหนูรองเซียวอีกครั้งก็คงเป็นรุ่งเช้าที่ออกเดินทาง ใครจะคาดคิดว่าคืนนี้นางจะมาปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเขาด้วยท่าทีสง่างามและแน่วแน่เช่นนี้
ด้านหนึ่ง เฉียวตี้อี้ ยกมือรับผ้าแพรแดงด้วยสัญชาตญาณ ทว่าถ้อยคำของเซียวเชียนเยว่กลับวนเวียนอยู่ในหัวเขาสองสามรอบ เขาก็ยังไม่ทันตั้งสติได้
เฉียวจงกั๋วและฮูหยินเฉียวสบตากัน แล้วรีบออกไปต้อนรับ
เซียวเชียนเยว่เห็นเฉียวตี้อี้ นิ่งเงียบอยู่นาน สีหน้าก็พลันเคร่งขรึม เอ่ยเสียงเย็นว่า “เหตุใด เจ้าไม่ยินยอมหรือ”
เฉียวตี้อี้ ได้สติ รีบส่ายหน้า “เยว่เอ๋อร์ ข้าย่อมยินยอมอยู่แล้ว เพียงแต่ข้าเป็นห่วงว่าเจ้าจะลำบาก”
เซียวเชียนเยว่ได้ฟัง สีหน้าคลายลงเล็กน้อย นางส่ายหน้า “สินสอดกองโต แขกเหรื่อเต็มบ้าน ล้วนเป็นสิ่งจอมปลอม เจ้ายินดีแต่งกับข้า ข้ายินดีแต่งกับเจ้า เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว”
เฉียวตี้อี้ มองท่าทีเปิดเผยและสง่างามของเซียวเชียนเยว่ ความรู้สึกนับพันไหลเวียนในหัวใจ จู่ๆ ก็ทำหน้าจริงจังเอ่ยถามว่า
“เยว่เอ๋อร์ คืนนี้เจ้าทำเช่นนี้ ก็เพื่อจะได้ร่วมเดินทางไปแดนเหนือด้วยใช่หรือไม่”
เดิมทีเฉียวจงกั๋วจะก้าวออกไปอีก ทว่าฮูหยินเฉียวได้ยินถึงตรงนี้ก็รั้งแขนสวามีไว้