ที่เจียวเจียวเลือกวันนี้ ก็เพราะนางมีข้อสงสัยเช่นเดียวกับเสิ่นหยวนไป๋
เพียงแต่เสิ่นหยวนไป๋ไม่รู้ว่า เมื่อสามปีก่อนในวันที่สิบห้าเดือนเก้า ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือไป๋หลี่เฉิงโย่วก็ฝันเห็นล่วงหน้าเช่นกัน
วันนี้ช่างพิเศษนัก ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่นางย่างเข้าสู่เคราะห์มรณะวัยสามขวบซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ นางจึงตัดสินใจ “ดันทุรัง” สักหน่อย เลือกวันนี้แหละล่อให้เสิ่นหยวนไป๋ออกมา
อย่างไรก็ต้องสู้ หลบก็ต้องสู้ สู้หวาดหวั่นไม่รู้ชะตากรรม สู้เผชิญอันตรายตรงๆ เสียยังดีกว่า!
เสิ่นหยวนไป๋เห็นเจียวเจียวมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จึงเอียงศีรษะถาม “เหตุใด ตอบยากหรือ?”
เจียวเจียวส่ายศีรษะ กล่าวตามตรงว่า “เรื่องนี้ต่อให้เป็นข้าเองก็ยังงุนงง ท่านจงถือว่าข้าเบื่อชีวิตในวันเกิด อยากหาที่ตาย จึงล่อท่านออกมาก็แล้วกัน”
เสิ่นหยวนไป๋ “......”
เขาสงสัยว่าเฉียวเจียวเจียวกำลังตอแหลเขา
“เช่นนั้นข้าขอเปลี่ยนคำถาม เหตุใดเจ้าจึงขัดขวางมิให้เมิ่งกูเซวี่ยกับข้าคบคู่กัน ข้อนี้ไม่ยากกระมัง?”
เมื่อครั้งเขาชำแหละหนัง เสียงฟ้าผ่าสามครานั่นทำให้เขาตระหนักชัดแจ้งว่า แท้จริงแล้วเขากับเมิ่งกูเซวี่ยควรเป็นคู่กัน ทว่าขณะนั้นเขากำลังใช้กระบี่ฟาดฟันนาง
เมื่อนำมาคิดทบทวนดูแล้ว เหตุที่เขากับเมิ่งกูเซวี่ยมาถึงขั้นนี้ได้ กลับมีเงาของเฉียวเจียวเจียวอยู่ในทุกจุด
“ครั้งแรกที่ข้าเกิดลางสังหรณ์ว่าจะได้พบคนที่สวรรค์ลิขิต คือในงานเลี้ยงเดือนเต็มดวงของเจ้า แต่วันนั้นข้ารอจนดึกหลังเลิกงาน ก็มิเคยเห็นเมิ่งกูเซวี่ย”
“ครั้งที่สองคือวันประทีปหยวนเซียว ลางสังหรณ์ของข้าก็ผิดพลาดอีก ครั้งนั้นพวกนักรบพลีชีพจากแคว้นเป่ยลงหัตถการตามคำสั่งของโจวปั๋ว เจ้าและเฉียวเทียนจิงล้วนอยู่ด้วย”