"ข้าประมาทเจ้าจนได้ คิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเจ้าเองก็เป็นผู้มีปัญญาล้ำเลิศยิ่ง"
เสิ่นหยวนไป๋เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ในยามนี้สีหน้าเขาดูสงบนิ่ง ไหนเลยจะยังหลงเหลือท่าทีอ่อนแอดังเมื่อครู่แม้แต่น้อย
เจียวเจียวเลิกคิ้วขึ้น "ถือเสียว่าท่านกำลังชมข้าก็แล้วกัน"
อันที่จริงนางก็มิอาจแน่ใจนัก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ทั้งภายนอกและภายในล้วนเสียมิได้ มิฉะนั้นหากปล่อยให้เสิ่นหยวนไป๋สบโอกาส เขาอาจหวนกลับมาเล่นงานได้จริง ๆ
"เมื่อครู่บอกว่าอย่างไรนะ เพื่อความเป็นธรรม ต้องมีไปมีมา บัดนี้สมควรเป็นตาข้าถามแล้วกระมัง"
เสิ่นหยวนไป๋ก็มิได้บิดพลิ้ว พยักหน้าตอบรับทันที
"เชิญกล่าวมาเถิด—"
เจียวเจียวถามตรง ๆ ว่า "ยังคงเป็นคำถามเมื่อครู่ เมื่อท่านไปถึงแคว้นเป่ยแล้วมีแผนจะทำอย่างไร จะปฏิบัติตามปณิธานสุดท้ายของพระสนมแม่ของท่านหรือไม่"
เสิ่นหยวนไป๋มองเจียวเจียวที่ดวงตาเปล่งประกายอยู่เบื้องหน้า แล้วก็ผงกศีรษะทันที กล่าวอย่างเรียบง่ายว่า
"ถูกต้อง และมิเพียงเท่านั้น ข้ามิรังเกียจที่จะสังหารล้างตระกูลสกุลจินจนหมดสิ้น"
เจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ในจดหมายเขียนไว้ว่า อวี้หลิวทรงเกลียดชังราชวงศ์แคว้นเป่ยยิ่ง เกรงว่าเนื้อหาช่วงท้ายของจดหมายคงจะเป็นความจริงอันน่าอัปยศ มิเช่นนั้นเสิ่นหยวนไป๋คงไม่โหดเหี้ยมเด็ดขาดถึงเพียงนี้
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เจียวเจียวแสดงสีหน้าตกตะลึงหลังจากที่ทั้งสองนั่งลงสนทนากัน เสิ่นหยวนไป๋เห็นดังนั้นก็แย้มมุมปาก
"คำตอบนี้ทำให้เจ้าพอใจหรือไม่ เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อขึ้นครองราชย์ หากตระกูลเฉียวของพวกเจ้ามีความสามารถ ก็จงข้ามน้ำข้ามภูเขามาเอาศีรษะข้าไปให้ได้เถิด"
"แน่นอนว่าท่านลุงของข้ามิใช่ผู้ที่รับมือได้ง่าย ๆ หากข้าทำการล้มเหลว ศีรษะกับกายพลัดพรากจากกัน ก็ให้เป็นดัง 'กลีบดอกร่วงหล่นป่นปี้กลายเป็นธุลี' ไปเสียเถิด เมื่อถึงตอนนั้นพวกเจ้าจงทุ่มสุดแรงกลืนกินแคว้นเป่ยทั้งแคว้นให้สิ้นซาก"