นางยื่นมือไปรับขนมมาตรวจดูอย่างละเอียด โดยมิได้กิน เพียงยิ้มพลางเอ่ยว่า
“เสี่ยวเม่ยสำนึกตนได้ช่างดีนัก เอาเข้าจริงคราก่อนซาโส่วยังหวาดผวาในกิริยาอันไร้มารยาทของน้องสี่ เพราะซาโส่วก็เพิ่งเคยพบเห็นองค์หญิงที่ไร้ความสำรวมถึงเพียงนี้”
ไป๋หลี่เมี่ยวเสวี่ยได้ฟัง สีหน้าก็บิดเบี้ยวชั่วขณะ ก่อนจะสงบนิ่งลงอีกครั้ง
เมิ่งกูเซวี่ยเห็นดังนั้นคิ้วก็เลิกขึ้นเล็กน้อย
ถึงเพียงนี้แล้วยังไม่โกรธอีกหรือ
ความผิดปกตินี้ย่อมซ่อนพิษสง ขนมนี้ต้องผิดปกติเป็นแน่!
นางกำลังจะวางขนมลง ไป๋หลี่เมี่ยวเสวี่ยก็เบะปากปริ่มน้ำตาพลางพูดว่า
“ซาโส่วไม่ยอมกินขนม ยังคงไม่ให้อภัยน้องสี่หรือ เจ้าคะ น้องสี่ตั้งอกตั้งใจทำขนมนี้เพื่อขอขมาแท้ ๆ”
ไป๋หลี่เมี่ยวเสวี่ยเหมือนยืนกรานอย่างแรงกล้า ต้องการให้เมิ่งกูเซวี่ยชิมขนมสักคำ
เมิ่งกูเซวี่ยเห็นดังนั้นจึงจงใจลูบหน้าท้อง
“เสี่ยวเม่ย ซาโส่วออกจากจวนก็กินมาจนแทบแน่นท้องแล้ว เป็นเช่นนี้เถิด ให้ซาโส่วห่อขนมกลับไปกินต่อภายหลัง จะได้ไม่เสียดายน้ำใจของน้องสี่”
ไป๋หลี่เมี่ยวเสวี่ยได้ฟังก็ลุกพรวดขึ้น หน้าดำคร่ำเครียดเอ่ยว่า
“เจ้าคนไม่รู้จักดีชั่วนี่! หากมิใช่เพราะพี่สามอบรมสั่งสอนข้า ข้าจะประจบประแจงเอาใจเจ้าหรือ!”
“แค่ขนมยังบ่ายเบี่ยงสารพัด สมกับที่ขึ้นหน้าไหนก็ไม่ได้! เจ้าคิดว่าข้าจะวางยาพิษเจ้าหรือ!”
ไป๋หลี่เมี่ยวเสวี่ยพูดพลางฉวยขนมจากมือเมิ่งกูเซวี่ยมา กัดเข้าปากหนึ่งคำแล้วกลืนลงไป