"อ๊าก! เหตุใดคนผู้นี้ถึงสังหารยากเพียงนี้!"
ร่างหนึ่งผุดขึ้นมาจากกองศพอีกคราดังซ่า
ร่างนั้นชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ไม่อาจแยกแยะใบหน้าได้อีก บัดนี้เหล่าโจรภูเขาต่างถือกระบี่ล้อมเขาไว้ ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าบุกเข้ามา
"รู้ว่าข้าสังหารยาก เหตุใดพวกเจ้าถึงไม่เปลี่ยนเป้าหมายเล่า?"
"มิน่าเล่าถึงถูกคนอื่นเล่นงาน พวกเจ้านี่มันพวกโจรภูเขาหัวรั้นจริง ๆ!"
ร่างเปื้อนเลือดเอื้อนเอ่ยวาจา ปากก็เรียกตนเองว่าข้า ๆ ทว่าฟังน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยพลังหนุ่มแน่น
ถูกต้องแล้ว ร่างเปื้อนเลือดที่เผชิญหน้ากับเหล่าโจรภูเขานี้ก็คือเฉียวตี้อี้!
เขาได้กลืนโอสถต้านทานพิษร้อยชนิดเพื่อฟื้นฟูกำลังตั้งแต่แรก บัดนั้นกุยเยวี่ยเข้าใกล้จากเบื้องหลัง เขาระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว
ครั้นกุยเยวี่ยชักกระบี่แทงเข้าใส่เขา เขาก็พุ่งตัวเข้าไปบิดข้อมือกุยเยวี่ย ก่อนจะตวัดกระบี่เล่มนั้นเข้าที่ลำคอของกุยเยวี่ยเอง
โลหิตสีแดงสดพุ่งกระฉูด สาดกระเซ็นเต็มใบหน้าเขา กุยเยวี่ยคงมิเคยคาดคิดว่าเขาจะมีกำลังต้านทาน สีหน้าก็ค้างแข็งคาอยู่บนความตกตะลึงและฉงนสนเท่ห์เช่นนั้น
เหล่าโจรภูเขายิ่งไม่คิดว่าพวกเขาจะสู้รบหักหลังกันเองโดยพลัน ต่างก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกัน
บัดนั้นเฉียวตี้อี้สายตาเฉียบคมเหลือบเห็นองค์ชายรองเดินไปไกลแล้ว เขาคิดจะไล่ตามไป แต่ไม่คาดว่าเหล่าโจรภูเขาพอได้สติแล้ว ก็วิ่งมาสังเวยชีวิตทีละคน ๆ กลับรุมหน่วงเหนี่ยวเขาไว้
"พวกเจ้ามิใช่โจรภูเขาหรอกหรือ? เหตุใดจึงไม่ไปปล้นสินสอดทองหมั้นด้านหลัง กลับดึงดันจะเล่นงานข้าไม่ปล่อย!"
เฉียวตี้อี้เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ แต่ว่าบัดนี้ใบหน้าของเขาไม่อาจมองดูได้แล้ว มีเพียงฟันขาวที่ยังส่องประกายเด่นชัด