“ท่านพี่ใหญ่......”
เฉียวเจียวเจียวปล่อยแขนเสื้อของเสี่ยวซื่อ ก้าวเดินมาอยู่ตรงหน้าเฉียวเทียนจิง
นางเงยหน้าขึ้นมอง แววตาแม้จะเจือแววถามไถ่ แต่ก็แสดงถึงความยืนกรานของนางแล้ว
หลังจากก่อตั้งพันธมิตรตัวประกอบ ไท่จื่อกับตระกูลเฉียวมีการส่งข่าวถึงกันอยู่มิได้ขาด ดังนั้นเฉียวเจียวเจียวจึงรู้ว่าแผนนั้นเป็นแผนขององค์ชายสาม
ที่ตกลงกันไว้แต่แรกคือค่อยๆ เผยความจริง วิธีนี้จะช่วยลดการเสียเลือดเนื้อลงได้มาก
องค์ชายสามทรงอาสาเอาพระองค์เองเข้าเป็นหมากในแผน เพราะพระองค์เป็นฝาแฝดร่วมครรภ์ จะหาว่าพระองค์มิใช่สายเลือดของฮ่องเต้หยงย่อมฟังไม่ขึ้น นี่ก็เป็นเพียงชนวนก่อเรื่องเท่านั้น
ทว่าเฉียวเจียวเจียวมิเคยคาดคิด ว่าในพระทัยขององค์ชายสามนั้นล้วนมีแต่ความปรารถนาจะสิ้นพระชนม์ พระองค์คิดจะใช้พระชนม์ชีพเป็นเดิมพันให้แผนนี้สำเร็จ!
พระองค์ทรงอ่อนแออยู่แล้ว หากถูกทรมานเช่นนี้อีก คงอยู่ได้อีกไม่นาน
เมื่อเฉียวเทียนจิงก้มลงอุ้มเฉียวเจียวเจียวขึ้นมา ก็ได้พยักหน้าบอกนางอย่างแผ่วเบา
เขาไม่ได้ปิดบังข่าวนี้จากน้องเล็ก ก็เพราะเขารู้ดีว่า นิสัยของน้องเล็ก ย่อมไม่ยอมปล่อยให้องค์ชายสามสิ้นพระชนม์ต่อหน้าต่อตาเป็นแน่
เมื่อเฉียวเจียวเจียวเห็นเฉียวเทียนจิงพยักหน้า ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นในทันใด
นางหันไปทางองค์ชายสี่ เอ่ยอย่างรีบร้อนว่า “เสี่ยวซื่อ ข้าขอเข้าวังไปกับเจ้าด้วยได้หรือไม่ ข้ามิได้พบหน้ากงจู้มาเนิ่นนานแล้ว”
การคาดเดาในพระทัยขององค์ชายสี่ได้รับการยืนยันในชั่วขณะนี้
เฉียวเจียวเจียวแต่เดิมคิดว่าตนคงต้องอธิบายอีกสักเล็กน้อย แต่ทว่าไม่ทันไร องค์ชายสี่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและพยักหน้าพระเศียรแล้ว