ฮ่องเต้หยงมิได้ปฏิเสธ
ดูเหมือนพระองค์จะกลับกลายเป็น ‘พระบิดาผู้มากเมตตา’ ที่ทรงอภัยและตามใจองค์ชายรองอย่างยิ่งอีกครั้ง
ไม่นานนัก เสียงโซ่เหล็กกระทบกันก็ดังขึ้น ฝูงชนหันกลับไปมอง เห็นเพียงสตรีผู้หนึ่งท่วงท่าทุกข์ทรมานก้มศีรษะลงต่ำ ถูกองครักษ์สองคนประคองลากเข้ามาในตำหนักทรงพระอักษร
ทันทีที่องครักษ์ปล่อยมือ สตรีนางนั้นก็ทรุดลงไปกับพื้นอย่างอ่อนแรง
นางมิอาจกลั้นเสียงครางเบา ๆ ได้ พลันเงยหน้าขึ้นมองไปยังบัลลังก์มังกร แววตาเปล่งประกายเย็นเยียบแห่งความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด นางคือจินจูนั่นเอง!
“ไอ้ฮ่องเต้หมา! เหตุใดเจ้ายังไม่ตาย!”
“อาจหาญนัก!” หวงเผยรีบเปล่งเสียงตวาดห้าม
ขณะนั้น ร่างหนึ่งในชุดสีม่วงแดงแก่ก็มายืนอยู่ตรงหน้าจินจู
จินจูถ่มน้ำลายใส่ทันที ยิ้มเหี้ยมเกรียมเงยหน้ามองผู้มาเยือน
แต่เมื่อสายตานางประสานกับใบหน้าขององค์ชายรอง ร่างกายก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง พลันตะลึงงันไป
“องค์หญิง... องค์หญิง...”
ยามนี้ จินจูแทบจะคิดว่าวิญญาณตนย้อนกลับไปยังอดีต ได้พบกับองค์หญิงในยามเยาว์วัย
จินจูอดมิได้ที่ขอบตาจะเปียกชื้น น้ำตาเอ่อล้นรินไหลลงมาไม่หยุด
นางรู้ดี องค์หญิงม้วยมอดไปนานแล้ว ผู้ที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงองค์หญิงถึงเพียงนี้ จะเป็นไปได้ก็เพียงองค์ชายเท่านั้น
จินจูไม่เคยพบองค์ชายรองมาก่อน นางกับท่านอาโหรวแอบซ่อนอยู่ในวัดปกปักอารักขามาโดยตลอด และเมื่อพวกนางประสานงานกับโจวปั๋วได้ เพื่อความระมัดระวัง มีแต่ท่านอาโหรวเท่านั้นที่ออกหน้า
จินจูอาศัยเพียงแรงศรัทธาภักดีต่ออวี้หลิว ทำงานถวายอยู่เบื้องหลังอย่างสุดกำลัง
“องค์ชาย...”
จินจูพึมพำเรียกเบา ๆ พลันนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งถ่มน้ำลายใส่องค์ชายรอง ใบหน้าก็ซีดเผือดราวกับก่อความผิดมหันต์
นางยื่นมือออกหมายจะเช็ดถวายองค์ชาย แต่พอชูมือขึ้น องค์ชายรองก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว