เจียงเฟิงผลักประตูหอพักเข้าไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะโง่ ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของจางเหว่ยดังมาจากข้างใน
“ฮิ ๆ ๆ... สำเร็จแล้ว! เหว่ยเย่คนนี้ทำสำเร็จแล้ว!”
จางเหว่ยนั่งกอดโทรศัพท์อยู่บนเก้าอี้ หัวเราะเหมือนคนโง่ไม่เต็มบาท มุมปากแทบฉีกไปถึงใบหู บนหน้าผากเขาราวกับมีคำว่า ‘สมหวังดังใจ’ เขียนอยู่เต็มไปหมด
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ?” เจียงเฟิงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อ เดินเข้าไปตบไหล่อีกฝ่าย “มีเรื่องดีอะไรถึงได้ยิ้มหน้าบานขนาดนี้ ถูกหวยหรือไง?”
จางเหว่ยเงยหน้าพรวด สีหน้าตื่นเต้นจนแทบเก็บไม่อยู่
“พี่เฟิง! กลับมาสักที!” เขาตบโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างภาคภูมิใจ “หลินเหมี่ยวเข่อรับปากแล้ว! เธอตกลงไปกินข้าวกับฉันมะรืนนี้!”
“หลินเหมี่ยวเข่อจากชมรมอีสปอร์ตน่ะเหรอ?” เจียงเฟิงเลิกคิ้ว
“ใช่สิ!” จางเหว่ยยืดอกเชิดหน้า ทำท่าราวกับเป็นผู้ชนะในชีวิต “ฉันลงมือเองทั้งที จะไม่สำเร็จได้ยังไง?”
เจียงเฟิงยิ้มแล้วลากเก้าอี้มานั่ง “ไม่เลวนี่นา ดูท่าเซอร์ไพรส์วันเกิดที่นายเตรียมให้เธอวันนี้จะได้ผลดีสินะ?”
หมอนี่โดดเรียนตอนเช้า ก็เพราะบอกว่าจะไปเตรียมเซอร์ไพรส์วันเกิดให้เทพธิดาไม่ใช่หรือไง
แต่พอจางเหว่ยได้ยินแบบนั้น ก็รีบโบกมือ สีหน้าลึกลับขึ้นมาทันที
“เฮ้ย เซอร์ไพรส์นั่นไม่ได้เตรียมให้เธอสักหน่อย”
“หา?” เจียงเฟิงชะงัก “ไม่ได้เตรียมให้หลินเหมี่ยวเข่อ แล้วเตรียมให้ใคร?”
“โจวซืออวี่ไง” จางเหว่ยยิ้มกรุ้มกริ่ม “โจวซืออวี่จากฝ่ายศิลปวัฒนธรรมต่างหากที่เป็นเป้าหมายหลักวันนี้ ส่วนหลินเหมี่ยวเข่อก็แค่ทำไปตามน้ำ เป็นงานง่าย ๆ อยู่แล้ว”
เจียงเฟิง: “...”
เขายกนิ้วโป้งให้จางเหว่ย
“นายแน่มาก”
หมาป่านักรบของแท้
ตามจีบคนเดียวเรียกหมาตามสาว ตามจีบสิบคนเรียกหมาป่านักรบ
หมอนี่เอาคำพูดนั้นไปใช้จริงจังสุด ๆ หว่านแหกว้าง ๆ เก็บปลาให้ได้เยอะ ๆ ไม่ปล่อยใครหลุดมือสักคน
“แน่นอนอยู่แล้ว” จางเหว่ยส่ายหัวอย่างลำพอง “หว่านแหให้กว้าง เก็บปลาให้ได้เยอะ นี่แหละหลักการมีความรักของนักศึกษายุคนี้”
เฉินซูที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินก็เงยหน้าจากเกม หัวเราะเยาะออกมา
“พอเลยจางเหว่ย แกเนี่ยนะจะมาพูดเรื่องหลักการมีความรัก?”
“ฉันถามหน่อย แกรู้ไหมว่าภาพลวงตาสามอย่างในชีวิตมีอะไรบ้าง?”
