เจียงเฟิงประทีปประมงนอนเศร้ารำพึง
ในค่ำคืนอันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดของชาติก่อน มีเพียงแสงริบหรี่จากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ที่เหมือนแสงประทีปประมงกระจัดกระจายบนแม่น้ำ คอยอยู่เป็นเพื่อนเขาให้ผ่านวันคืนอันแสนทรมานไปครั้งแล้วครั้งเล่า
ตัวอักษร ภาพ และท่วงทำนองเหล่านั้น คือทั้งกรงขังและทางรอดของเขา
ตอนนี้ ถึงคราวที่เขาจะเป็นคนจุดตะเกียงแล้ว
กรอกข้อมูลพื้นฐานเสร็จ เขาก็ส่งข้อมูลยืนยันตัวตน
หน้าเว็บเด้งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาทันที:【กำลังตรวจสอบข้อมูลยืนยันตัวตน คาดว่าจะเสร็จภายใน 1-2 วันทำการ เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วจึงจะเผยแพร่ผลงานได้】
ต้องตรวจข้อมูลด้วยเหรอ?
แต่เจียงเฟิงก็ไม่ได้รีบร้อน
ถือโอกาสใช้ช่วงที่รอการตรวจสอบเขียนต้นฉบับตอนเปิดเรื่องสักหลายหมื่นคำ จะได้อัปโหลดปุ๊บก็ทะยานขึ้นอันดับทันที
เขาออกจากหน้าจัดการนักเขียน แล้วกดเข้าแอปวิดีโอสั้นแบบลวก ๆ ตั้งใจจะไถคลิปรออาหาร
แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของโลกนี้ก็พัฒนาไปมาก หลังจากอินเทอร์เฟซสมองกลแพร่หลาย ผู้คนถึงขั้นดูคลิปแบบดื่มด่ำได้โดยตรง
แต่เจียงเฟิงยังชินกับการไถมือถือมากกว่า มันให้ความรู้สึกสมจริงและจับต้องได้ดี
ที่โต๊ะอาหารอีกตัวซึ่งอยู่ไม่ไกล
นักศึกษาหญิงสี่คนนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่
พวกเธอคือหลินหว่านเอ๋อร์กับรูมเมตอีกสามคน
ในบรรดาพวกเธอ หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะสะดุดตาเป็นพิเศษ
เธอสวมชุดเดรสสีขาวเรียบง่าย ผมยาวรวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง เผยให้เห็นลำคอขาวผ่องเรียวงาม
เครื่องหน้าได้รูปประณีตราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ทว่าระหว่างคิ้วกลับแฝงความห่างเหินจาง ๆ ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ง่าย ๆ
ซ่งอวี้ชิง
สาวงามน้ำแข็งแห่งมหาวิทยาลัยหลงเคอที่ใคร ๆ ก็ยอมรับ
ไม่เพียงหน้าตาสวย ฐานะครอบครัวยังโดดเด่นอีกด้วย
พ่อเป็นประธานบริษัทสื่อซิงเย่าซึ่งเป็นบริษัทบันเทิงชั้นนำของประเทศ ส่วนแม่เป็นศาสตราจารย์ชื่อดังประจำภาควิชาภาษาจีนของมหาวิทยาลัย
คุณหนูตระกูลดังอย่างแท้จริง
“อวี้ชิง ดาราหน้าใหม่ที่เธอพูดถึงเมื่ออาทิตย์ก่อน เขาพังจริงเหรอ?” รูมเมตคนหนึ่งถามเรื่องชาวบ้านพลางคีบข้าวเข้าปาก
“อืม” ซ่งอวี้ชิงตอบเรียบ ๆ น้ำเสียงไม่แสดงความรู้สึก “บริษัทส่งหนังสือยกเลิกสัญญาไปแล้ว”
