สำนักงานใหญ่ของนิตยสารวัยเยาว์สดใส เมืองหูซื่อ
ในกองบรรณาธิการ เครื่องปรับอากาศส่งเสียงหึ่ง ๆ พลางพ่นลมเย็น บรรณาธิการกว่าสิบคนนั่งล้อมโต๊ะยาว ตรงหน้าแต่ละคนมีรายงานผลสำรวจที่เพิ่งพิมพ์ออกมาวางอยู่
เสิ่นมู่ไป๋ บรรณาธิการใหญ่ นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ นิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ สายตากวาดมองทุกคน
“ผลโหวตของผู้อ่านสำหรับฉบับพิเศษเล่มนี้ออกมาแล้ว”
เขาเลื่อนรายงานไปกลางโต๊ะ น้ำเสียงเรียบเฉย แต่ในแววตาซ่อนความตื่นเต้นที่ยากจะสังเกตเห็นเอาไว้
“ลองดูกันเอง”
บรรณาธิการต่างยื่นมือหยิบรายงานขึ้นมากวาดตาอ่าน
จากนั้น ทั้งห้องประชุมก็เงียบไปสองวินาที
แล้วเสียงสูดหายใจเฮือกก็ดังขึ้นระงม
“นี่...ตัวเลขนี้จริงเหรอ?”
“เรื่องคำลวงของเธอในเดือนเมษายนได้คะแนนโหวต 42.7%?”
“อันดับสองได้แค่ 8.3% ห่างกันตั้งห้าเท่ากว่า ๆ เลยนะ?”
“นำโด่งแบบทิ้งห่าง! นี่มันอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่างสุด ๆ เลย!”
บรรณาธิการต่างพูดกันคนละประโยค ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
พวกเขาทำนิตยสารกันมาหลายปี ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีผลงานฮิตเปรี้ยงปร้าง
แต่ผลงานเรื่องเดียวได้คะแนนโหวตทะลุ 40% ทิ้งอันดับสองห่างจนมองไม่เห็นแม้แต่ไฟท้ายแบบนี้ พวกเขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
เสิ่นมู่ไป๋รอจนทุกคนพอจะตั้งสติได้แล้วจึงค่อยเอ่ยขึ้น
“ตัวเลขไม่โกหกหรอก”
“ฉบับพิเศษเล่มนี้รวมผลงานไว้ทั้งหมด 12 เรื่อง เรื่องคำลวงของเธอในเดือนเมษายนเรื่องเดียวก็คว้าคะแนนโหวตไปมากกว่า 40% แล้ว”
“แถมนี่ยังเป็นแค่ผลโหวตทางกระดาษที่แนบมากับนิตยสารเท่านั้น กระแสบนอินเทอร์เน็ตยิ่งแรงกว่านี้อีก”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหันไปมองบรรณาธิการฝ่ายสื่อใหม่
“โจวหยาง เล่าให้ฟังหน่อยว่ากระแสออนไลน์เป็นยังไง”
โจวหยางที่ถูกเรียกชื่อรีบลุกขึ้นยืน ดันแว่นแล้วพูดรัวเร็ว
“ครับ บรรณาธิการใหญ่”
“จากข้อมูลที่เราติดตาม หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคำลวงของเธอในเดือนเมษายนบนเวยป๋อ ปาไท่ และเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัย มียอดอ่านรวมทะลุ 30 ล้านครั้งแล้วครับ”
