หลังทานอาหารเสร็จ พนักงานก็เก็บชามตะเกียบออกไป ก่อนยกชาร้อนกลิ่นหอมหมื่นลี้มาสองถ้วย
หวังอวี้หลิงจิบชาแล้วเหลือบมองท้องฟ้านอกหน้าต่างที่เริ่มมืดลง «ดึกแล้วนะ ให้ฉันไปส่งไหม?»
«ครับ งั้นรบกวนอาจารย์หวังด้วยนะครับ» เจียงเฟิงพยักหน้า ไม่ได้เกรงใจเธอ
ทั้งสองลุกเดินออกไป เจ้าของร้านยิ้มส่งถึงหน้าประตู พลางยื่นขนมอบกลิ่นหอมหมื่นลี้ที่เพิ่งออกจากเตาให้สองกล่อง «เพิ่งอบเสร็จเลย เอากลับไปลองชิมนะ»
หวังอวี้หลิงยิ้มรับและเอ่ยขอบคุณ
รถแล่นออกจากปากตรอก ค่อย ๆ มุ่งหน้าไปทางมหาวิทยาลัยตามถนนร่มครึ้ม
ภายในรถเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยมะลิจาง ๆ ให้ความรู้สึกสบายมาก
เมื่อรถมาถึงถนนสายอาหาร กลิ่นหอมของเนื้อย่างก็ลอยลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่าง
เจียงเฟิงเหลือบมองออกไปโดยไม่รู้ตัว
เจ้าของร้านปิ้งย่างตั้งแผงอยู่ริมถนน ถ่านในเตาลุกโชน เขากำลังพลิกเนื้อเสียบไม้แล้วโรยพริกป่น มือไม้คล่องแคล่วสุด ๆ
จู่ ๆ เจียงเฟิงก็นึกถึงเพื่อนร่วมหอทั้งสามคน
เดิมทีเขารับปากจะเลี้ยงพวกนั้นกินเนื้อย่าง แต่กลับถูกหวังอวี้หลิงตัดหน้าไปเสียก่อน ตอนนี้พวกนั้นคงกำลังนั่งบ่นอยู่ในหอพัก
«อาจารย์หวัง รบกวนจอดแป๊บหนึ่งครับ» เจียงเฟิงเอ่ยขึ้น
หวังอวี้หลิงแตะเบรกเบา ๆ มองตามสายตาของเขาแล้วหัวเราะ «ทำไมล่ะ เมื่อกี้กินไม่อิ่มหรือไง?»
«เปล่าครับ» เจียงเฟิงเปิดประตูรถ «ก่อนหน้านี้ผมรับปากจะเลี้ยงข้าวเพื่อนร่วมหอ แต่ดันออกมากับอาจารย์ซะก่อน ผมจะซื้อเนื้อย่างกลับไปฝาก ถือว่าไถ่โทษครับ»
หวังอวี้หลิงยกมุมปากขึ้น ไม่ได้พูดอะไร เธอหมุนพวงมาลัยแล้วจอดรถข้างทาง
เจียงเฟิงผลักประตูรถวิ่งออกไป ไม่ถึงสิบนาทีก็หิ้วถุงพลาสติกตุง ๆ สองถุงกลับมา
«เยอะขนาดนี้เลยเหรอ เพื่อนร่วมหอเธอคงหิวโซกันแล้วสินะ»
«ก็ประมาณนั้นครับ จริง ๆ แล้วท้องพวกเขาเชื่อมต่อกับช่องทางมิติอื่นอยู่»
หวังอวี้หลิงหัวเราะให้กับมุกของเขา ก่อนสตาร์ตรถแล้วขับต่อไปทางมหาวิทยาลัย
ภายในรถเงียบไปหลายวินาที มีเพียงเสียงยางบดถนนแผ่วเบา
หวังอวี้หลิงจับพวงมาลัยมือเดียว สายตามองตรงไปข้างหน้า จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า «พวกเธอในหอสนิทกันดีนะ»
