ลี่จือกะพริบขนตา
การที่โหลวเยี่ยนจิงย้อมผมเพียงเพราะคำพูดลอย ๆ ของเธอประโยคหนึ่ง ย่อมทำให้หัวใจเธอสั่นไหวราวกับมีคลื่นโหมซัด
เธอก้มหน้าครุ่นคิด พลางประคองแก้วไวน์ไว้ในมือ
เธอพอจะนึกออกแล้วว่าเหมือนจะมีเรื่องแบบนั้นอยู่จริง ๆ
ต้นฤดูใบไม้ผลิที่นกขับขาน
กิ่งไม้ที่แตกยอดอ่อนนอกหน้าต่าง กับผีเสื้อที่บินมาหาดอกไม้ซึ่งเธอปลูกไว้บนขอบหน้าต่าง ต่างก็ปลุกความกระสับกระส่ายในใจเธอให้ผลิบาน
เสียงท่องหนังสือในคาบเช้าก่อนสอบจำลองครั้งแรกดังเป็นพิเศษ เพื่อนร่วมชั้นต่างพากันแข่งกับเวลา แต่ลี่จือที่ได้ใบรับรองผ่านการสอบคัดเลือกของโรงเรียนนาฏศิลป์กลางมาแล้วกลับสบายใจอย่างยิ่ง
เธอเกลียดการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองที่สุด
เดิมทีก็เกลียดคาบเช้ามาก ๆ อยู่แล้ว
เธอจึงฉวยโอกาสตอนอาจารย์ไม่อยู่ หยิบหนังสือการ์ตูนที่ซื้อจากร้านหนังสือแถวโรงเรียนเมื่อคืนออกมาอ่าน
พระเอกในการ์ตูนมีผมสีเงินและดวงตาสีแดง เขาเลียเขี้ยวอย่างเย้ายวน ตอนหว่านเสน่ห์ใส่นางเอกก็หล่อจนแก้มของลี่จือแดงระเรื่อ
ฟู่เหยียนเซี่ย เพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ ชะโงกหน้ามาถามด้วยความอยากรู้ “ลี่จือน้อย แอบอ่านของดีอะไรอยู่เหรอ?”
จังหวะนั้นเอง เสียงกริ่งหมดคาบก็ดังขึ้นพอดี
ในชั่วพริบตา เสียงท่องหนังสือในห้องเรียนก็เปลี่ยนเป็นเสียงอึกทึกครึกโครม
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างประตูโบกมือเรียก “พี่โหลว! ไปฉี่กันเถอะ!”
โหลวเยี่ยนจิงกำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะแถวหลัง
พอได้ยินคนเรียก เขาก็ปรือตาขึ้นอย่างเฉยชา หางตากับคิ้วยังเจือความหงุดหงิดจากการถูกปลุกอยู่หลายส่วน
ดูเหมือนตอนแรกเขาจะตั้งใจอาละวาด
แต่พอสายตาสะลึมสะลือเหลือบไปทางลี่จือ เขาก็กดความหงุดหงิดตรงหางตาลง แล้วลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน “มาแล้ว”
