แม้แต่ผู้ชมยังมองกันจนงงไปหมด
รู้สึกว่าคุณโหลวทักไปคุยส่วนตัวกับหลินหรง แถมยังคุยเรื่องทำนองห่วงใยกันแบบนี้ ช่างผิดปกติเหลือเกิน!!!
ดังนั้นผู้ชมทุกคนจึงพากันเงี่ยหูฟัง
โหลวเยี่ยนจิงเม้มปากแน่น กล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่เกร็งตึงเผยให้เห็นความไม่เป็นธรรมชาติของเขา แต่สีหน้ายังคงทำเหมือนไม่ใส่ใจ ใช้น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยคุยกับหลินหรงต่อ
“ถ้าคุณสะดวก” เขาหยุดไปสองวินาที “เดี๋ยวช่วยพาเธอไปถ่ายรูปกับฝูงนกพิราบที่ประตูหน้าหน่อยได้ไหม”
“เธอ” ในประโยคนี้หมายถึงลี่จืออย่างชัดเจน
ในที่สุดหัวข้อสนทนาก็วกกลับมาที่ลี่จือ
หัวใจที่แขวนค้างของหลินหรงพลันโล่งลงเสียที “โธ่! ตกใจหมดเลย ตกใจแทบตาย...”
เธอนึกว่าโหลวเยี่ยนจิงจะพูดอะไรเสียอีก!
แต่พอคิดอีกที หลินหรงก็รู้สึกแปลกใจ “แต่ทำไมต้องเป็นฉันไปด้วยล่ะคะ คุณโหลวมีธุระอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มี” น้ำเสียงของโหลวเยี่ยนจิงตึงเครียด
เขาเหลือบตามองหลินหรงที่กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย แล้วนึกถึงเรื่องที่เพยจี้เล่าให้ฟังว่าลี่จือตั้งใจหลบไม่เดินผ่านประตูหน้าเพื่อเขา จนโดนคนด่า
สุดท้ายเขาก็ยังทำหน้าบึ้ง ราวกับกำลังจะสละชีพ หันหน้าหนีกล้องแล้วจู่ ๆ ก็พูดประโยคที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย —
“ฉันกลัวนก”
หลินหรงเบิกตากลมโตด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง ถึงกับรีบยกมือปิดหู ราวกับอยากทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ห้องไลฟ์สดพลันฮือฮา —
“ว้าว! เมื่อกี้ฉันได้ยินอะไรนะ”
“คุณโหลวบอกว่ากลัวนกเหรอ”
“??? งั้นนกกระจอกตัวจิ๋วที่อยู่บนฝ่ามือคุณโหลวไม่โดนบีบตายคามือทุกตัวเหรอ แล้วเขามาบอกฉันว่ากลัวนกเนี่ยนะ”
“ช่างเป็นคุณสมบัติที่สวนทางกันเหลือเกิน...”
