ลมหายใจของโหลวเยี่ยนจิงชะงักไปสองวินาที
แผ่นอกของเขาขยับขึ้นลง หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่น้ำเสียงก็เกร็งขึ้น “คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“แต่งงาน” ลี่จือเม้มริมฝีปากเบา ๆ “คุณกับฉัน”
ชั่วขณะนั้น โหลวเยี่ยนจิงรู้สึกเพียงว่าเลือดในกายร้อนระอุ หัวใจพองโต ราวกับใกล้จะระเบิดออกมาจากร่าง
ลี่จือหายใจเบา ๆ นิ้วที่กำผ้าห่มขนแกะตัวเล็กบีบแน่นขึ้น ราวกับตัดสินใจแน่วแน่แล้วจริง ๆ
เธอมองเข้าไปในดวงตาของโหลวเยี่ยนจิง “การแต่งงานจะช่วยให้ฉันหลุดพ้นจากป้ายเมียน้อยได้เร็วที่สุด ส่วนคุณก็กำลังต้องการหาคนแต่งงานด้วยพอดี จะได้เอาไว้รับมือกับทางบ้าน”
มุมปากของอิ้งซวิ้นกระตุกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ใครต้องรับมือกับทางบ้าน?
โหลวเยี่ยนจิงต้องรับมือกับใครกัน???
มีใครในบ้านกล้าให้เขาต้องรับมือด้วยหรือ????????
แต่เจ้านายของเขากลับตอบอย่างรวดเร็ว “ตกลง”
ลี่จือบิดนิ้วไปมา “แต่ฉันยังมีเงื่อนไขอีกข้อ”
“ผมตกลง” ลมหายใจของโหลวเยี่ยนจิงสั่นเล็กน้อย เขาแทบจะพูดแทรกต่อท้ายคำของลี่จือทันที
ลี่จือกะพริบตา “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นเรื่องอะไร”
“อะไรก็ได้” โหลวเยี่ยนจิงประสานนิ้วทั้งสิบ ข้อนิ้วที่งออยู่ซีดขาว เขากำมือแน่นเสียจนข้อนิ้วแทบจะเบียดกัน
ลี่จือมองโหลวเยี่ยนจิงอย่างสงสัยอยู่บ้าง
คงเป็นภาพลวงตาสินะ เธอรู้สึกว่าโหลวเยี่ยนจิงดูร้อนใจไม่น้อย แถมยังหวั่นใจเหลือเกินว่าเธอจะเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน
บางทีเขาคงรู้ตัวว่าท่าทีของตัวเองดูผิดปกติไปหน่อย โหลวเยี่ยนจิงจึงกลืนน้ำลาย แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย ๆ พยายามทำตัวให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
“ยังไงเราก็รู้จักกันมาหลายปี เป็นเพื่อนซี้กัน” เขาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “คุณอยากได้อะไร ก็ได้ทั้งนั้น”
