วันรุ่งขึ้น ฟ้าเพิ่งสาง เหลียงเชียนเซี่ยก็ยังไม่ได้พาเด็กน้อยทั้งสองเข้าเมือง เพราะหิมะก้อนใหญ่ร่วงโปรยลงมาจากฟ้าแล้ว
เธอกลัวลูก ๆ จะหนาวจนไม่สบาย
ระหว่างทางเธอไม่ได้แวะที่ไหนนาน ซื้อเนื้อกับกระดูกมาบ้าง แป้งกับขนมขบเคี้ยวอีกเล็กน้อย แล้วรีบกลับทันที
ใกล้ถึงหมู่บ้านแล้ว เหลียงเชียนเซี่ยจึงหยิบผักและของกินอย่างอื่นจากมิติของเธอใส่ลงในตะกร้าสะพายหลัง
เธอนึกถึงเสี่ยวเป้ยกับเป่าเอ๋อร์ว่าอยู่บ้านร้องไห้หรือเปล่า แล้วเหลียงต้าจวินได้ไปก่อเรื่องที่บ้านหรือไม่
“เหลียงเชียนเซี่ย รอฉันด้วย”
เหลียงเชียนเซี่ยหันไปมองคนที่เรียก ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทำให้เธอนึกออกว่าอีกฝ่ายคือสวี่สือ ลูกชายคนที่สามของลูกพี่ลูกน้องสวี่หย่งเฟิง ทำงานอยู่ในทีมขนส่ง
“พี่สวี่ มีธุระอะไรหรือ?”
เจ้าของร่างเดิมกับสวี่สือเป็นทั้งเพื่อนร่วมชั้นและคนหมู่บ้านเดียวกัน เจอกันทุกวัน เรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
“เชียนเซี่ย ได้ยินว่าลุงเหลียงกับป้าเหลียงเสียแล้ว เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”
สวี่สือเพิ่งกลับจากส่งของทางไกล พอได้ยินข่าวก็รีบกลับมาทันทีหลังอาบน้ำที่หอพักเสร็จ
เหลียงเชียนเซี่ยสบตาคู่นั้นที่ฉายแววรักใคร่ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกว่า ตอนที่ตามจีบฟู่ซีเซิน เธอถูกเขาปฏิเสธหลายครั้ง แถมยังถูกพวกยุวปัญญาชนกับคนในหมู่บ้านนินทา
ตอนนั้นสวี่สือเข้ามาหาเธอและสารภาพรัก แต่เจ้าของร่างเดิมกลับปฏิเสธเขาอย่างรุนแรง ทั้งยังพูดจาดูถูกอีกฝ่ายสารพัด
ถึงอย่างนั้น หลังฟู่ซีเซินหายตัวไป สวี่สือก็ยังคอยปลอบโยนและทำให้เธออารมณ์ดีอยู่บ่อย ๆ
แต่เจ้าของร่างเดิมรักฟู่ซีเซินมากเกินไป จนมองไม่เห็นความรักเต็มหัวใจของสวี่สือ ทุกครั้งที่เจอกันก็เอาแต่เยาะเย้ยเขา
คนที่มัวแต่คลั่งรักจนสมองไม่ทำงานนี่น่ากลัวจริง ๆ
ถึงอย่างนั้นเหลียงเชียนเซี่ยก็ไม่อยากให้ความหวังสวี่สือ ตอนนี้เธอยังไม่คิดจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ
ผู้หญิงที่ต้องพึ่งพาผู้ชาย แถมยังต้องเลี้ยงลูกสองคนอย่างเธอ จะหวังให้ผู้ชายรักและจริงใจด้วยไปตลอดได้อย่างไร เป็นเรื่องเพ้อฝันชัด ๆ
“อืม ฉันไม่เป็นไร”
