ซีเหมินหยุนอี้กลั้นความรังเกียจไว้ไม่ได้ พูดขึ้นว่า “ผู้หญิงนี่ก็หื่นกันขนาดนี้เลยเหรอ”
“ใต้บังคับบัญชาแกมีทหารสามพันล้วนเป็นชายชาตรี ถ้าให้พวกมันเวียนมาเป็นรุ่นเป็นคน ยังจะไม่พออิ่มอีกเหรอ ทำไมต้องจับตาแต่ลุงอู๋ของฉันคนเดียวไม่ปล่อย?”
“ลุงอู๋ของฉันมีเจ้าของหัวใจไปแล้ว จะมาสนใจดอกไม้เหี่ยว ๆ อย่างแกได้ยังไง”
โม่ซิงเยวี่ยยิ้มเต็มหน้า มองไปที่ซีเหมินหยุนอี้แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “วันนั้นฉันไม่ควรปล่อยแกไปเลย ควรจะฆ่าทิ้งซะแล้ว”
“เสียใจแล้วสินะ?” ซีเหมินหยุนอี้หัวเราะก้อง “ฉันชอบที่แกมองฉันไม่ถูก แต่ก็ทำอะไรฉันไม่ได้นี่แหละ”
โม่ซิงเยวี่ยยิ้มว่า “วางใจ! ฉันปล่อยแกไปได้ ก็จับแกกลับมาอีกครั้งได้ แล้วก็ฆ่าแกได้เหมือนกัน”
“งั้นฉันต้องระวังตัวให้ดีแล้ว ตอนนี้ฉันก็มีครอบครัวมีเรือนแล้ว ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเสี่ยวหย่าของฉัน”
โม่ซิงเยวี่ยมองไปที่ซีเหมินหยุนอี้แล้วหัวเราะดังลั่นขึ้นมาทันที
ซีเหมินหยุนอี้แสดงความรังเกียจว่า “หัวเราะอะไรของแก หัวเราะแล้วน่าขยะแขงงี้ รอตอนฉันดื่มเมาแล้วค่อยหัวเราะนะ จะได้ช่วยให้อ้วก”
“ซีเหมินอวิ๋นอี้ อย่าคิดจะใช้คำพูดยั่วโมโหฉัน มันไม่มีประโยชน์อะไรกับแกเลย”
โม่ซิงเยวี่ยหยุดคิดชั่วครู่ แล้วพูดต่อว่า “จริง ๆ แล้วเราสองคนเป็นคนแบบเดียวกันนะ”
ซีเหมินหยุนอี้หน้าเบ้เต็มไปด้วยความขยะแขยง “ใครมันจะเป็นคนแบบเดียวกับแก! แกบ้า แต่ฉันเป็นคนปกติ”
“ฉันลงยาอู๋ไป๋ ส่วนแกใช้ผลสราญรมย์ได้มาซึ่งอาธีน่า เราสองคนยังจะไม่ใช่คนแบบเดียวกันอีกเหรอ? จริง ๆ ฉันว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะ”
