อูชีหวงมองกู่หลุนที่กำลังคร่ำครวญ ตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
ในใจเขาเต็มไปด้วยความโล่งอก โชคดีที่ตนไม่ได้บุ่มบ่ามลงมือ ไม่อย่างนั้นคนที่นอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้นคงเป็นเขาเสียเอง
เขามองอู๋ไป๋ด้วยความหวาดกลัว จากนั้นรีบพุ่งเข้าไปหากู่หลุน หยิบยาวิเศษรักษาบาดแผลนานาชนิดออกมา ห้ามเลือดและรักษาบาดแผลให้กู่หลุน
ไม่เพียงแต่ด้านล่างเวที แม้แต่บนแท่นสูง สายตาของเหล่าต่างเผ่าพันธุ์ต่างก็จับจ้องไปที่อู๋ไป๋
แต่อู๋ไป๋กลับไม่ได้มองพวกเขา แต่มองเฉินฟ่างที่วิ่งเข้ามาหา แล้วยิ้มถามว่า “เจ้ามาคนเดียวหรือ?”
เฉินฟ่างพยักหน้า “ข้ารู้ว่าท่านต้องมาแน่ อาจารย์บอกว่าท่านต้องรังเกียจการประชุมสังกัดใหญ่ห่วยแตกนี่แน่ ดูท่าว่าข้าจะรู้ใจท่านดีกว่าอาจารย์”
หลิวมู่ไป๋เองก็ได้รับบัตรเชิญ แต่กลับไม่สนใจใยดี โยนทิ้งข้างทางไปเลย
แต่เฉินฟ่างกลับสนใจมาก จึงหยิบบัตรเชิญมาแล้วแอบมาคนเดียว
อู๋ไป๋ยิ้ม “เจ้าก็ใจกล้าดีนี่ เกิดข้าไม่มา อาจารย์เจ้าก็ไม่มา เจ้ายั่วโมโหเช่นนั้น ถ้าต่างเผ่าพันธุ์คิดจะฆ่าเจ้า เจ้าจะรับมืออย่างไร?”
เฉินฟ่างเกาหัว ยิ้มซื่อๆ “ตอนนั้นข้าไม่ได้คิดมาก แถมข้าว่าท่านต้องมาแน่ ท่านคงไม่ปล่อยให้ต่างเผ่าพันธุ์เหิมเกริมโดยไม่สนใจหรอก”
“ความกล้าเมื่อครู่สมควรได้รับคำชม แต่สติปัญญายังไม่พอ หากเจอเรื่องแบบนี้อีก จงมั่นใจในความปลอดภัยของตัวเองก่อน เข้าใจไหม?”
เฉินฟ่างพยักหน้า
บนแท่นสูง ผู้แข็งแกร่งระดับขั้นเทพของแต่ละเผ่าต่างจ้องมองอู๋ไป๋ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
แต่พวกเขาก็ไม่ได้หาเรื่องในทันที เพราะอู๋ไป๋ลงมือแค่ครั้งเดียวก็ทำให้กู่หลุนเสียแขนไปข้างหนึ่ง นี่ทำให้พวกเขาหวาดระแวงยิ่งนัก
